ส่องความแตกต่าง ประกันชั้น 1, 2, 3 เลือกชั้นไหนดีนะ?
จำนวนผู้เข้าชม : 67
ส่องความแตกต่าง ประกันชั้น 1, 2, 3 เลือกชั้นไหนดีนะ?
ประกันรถยนต์ เป็นประกันภัยที่มีความสำคัญต่อผู้ขับขี่รถยนต์ในปัจจุบัน นั่นก็เพราะว่า ประกันรถยนต์ นั้นช่วยให้ความคุ้มครองต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับรถยนต์ของเราในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ รถเฉี่ยว รถชน รถคว่ำ ฯลฯ ไปจนถึงเหตุด่วน เหตุร้าย อย่าง รถหาย ไฟไหม้รถ ซึ่งทุนประกัน และความคุ้มครองที่จะได้รับนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกประกันรถยนต์แบบไหน โดยประกันรถยนต์แต่ละประเภทก็จะมีความแตกต่างกันไป ว่าแล้วเราไปดู ความแตกต่าง ประกันชั้น 1 2 3 กันดีกว่า ว่าให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง และควรเลือกประกันชั้นไหน ถึงจะคุ้มค่าและเหมาะกับเรามากที่สุด
ประกันรถยนต์ชั้น 1
หากพูดถึงประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองได้มากที่สุด คงต้องยกให้ ประกันรถยนต์ชั้น 1 ทั้งยังเป็นประกันรถยนต์ที่หลายคนให้ความนิยม แม้ว่าจะมีเบี้ยประกันที่สูงกว่าประกันรถยนต์ชั้นอื่น ๆ ก็ตาม แต่ด้วยความคุ้มครองที่ครอบคลุมทั้งฝ่ายผู้เอาประกันและคู่กรณี ซ่อมทั้งเขา ซ่อมทั้งเรา จึงทำให้ประกันรถยนต์ชั้น 1 เป็นหนึ่งในดวงใจของใครหลาย ๆ คน โดยมีรายละเอียดความคุ้มครอง ดังนี้
- คุ้มครองความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และบุคคลภายนอก หรือ คู่กรณี
- คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และบุคคลภายนอก หรือ คู่กรณี
- คุ้มครองความเสียหายในการซ่อมแซมรถยนต์คันที่ทำประกัน แม้เป็นอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี
- คุ้มครองความเสียหาย กรณีรถหาย ไฟไหม้รถ น้ำท่วมรถ
- คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่
จากความคุ้มครองที่ครอบคลุมและครบครับ ทำให้ ประกันรถยนต์ชั้น 1 เหมาะกับ ผู้ที่เพิ่งซื้อรถคันใหม่ รถป้ายแดง หรือเป็นมือใหม่หัดขับที่อาจไปขับชนนั่นชนนี่โดยไม่ตั้งใจ หรือหากใครพอจะมีงบประมาณ เลือกซื้อประกันชั้น 1 ไว้ ยังไงก็อุ่นใจทุกกรณี
ประกันรถยนต์ชั้น 2
มากันที่ ประกันรถยนต์ชั้น 2 ซึ่งมีความแตกต่าง กับ ประกันรถยนต์ชั้น 1 ค่อนข้างมาก ทั้งความคุ้มครองและเบี้ยประกัน ซึ่งหลัก ๆ แล้ว ประกันรถยนต์ชั้น 2 จะคุ้มครองแต่ ซ่อมเขา ไม่ซ่อมเรา หากเราเผลอขับรถไปเฉี่ยวชนคันอื่น หรือ ไม่มีคู่กรณี ก็ต้องเสียเงินจ่ายค่าซ่อมรถเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ประกันรถยนต์ชั้น 2 ก็ยังคงคุ้มครองในกรณีที่ รถหาย ไฟไหม้รถ รวมถึงคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลของผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และเงินประกันตัวผู้ขับขี่
ประกันรถยนต์ชั้น 2+
ถึงแม้ว่าปัจจุบัน ประกันรถยนต์ชั้น 2 จะไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไรนัก แต่ก็ยังมี ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ที่ตอบโจทย์ใครหลายคน ซึ่งความแตกต่าง ประกันชั้น 1 2 3 ที่เห็นได้ชัด นั่นก็คือ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะคุ้มครองค่าซ่อมรถคันที่ทำประกันด้วย แต่ว่าต้องเป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากรถยนต์เท่านั้น นอกนั้นยังคงคุ้มครองคู่กรณี รวมถึงกรณีรถหาย ไฟไหม้รถ คุ้มครองความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และเงินประกันตัวผู้ขับขี่
ประกันรถยนต์ชั้น 3
หากให้เปรียบเทียบความแตกต่าง ประกันชั้น 1 2 3 ต้องบอกเลยว่า ประกันรถยนต์ชั้น 3 นั้นให้ความคุ้มครองได้น้อยที่สุด แต่ก็มีเบี้ยประกันที่ถูกที่สุดเช่นกัน ซึ่ง ประกัน 2 กับ 3 นั้นมีความคล้ายคลึงกันคือ เน้นคุ้มครองคู่กรณี ไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถคันทำประกัน โดยความแตกต่างกันของ ประกัน 2 กับ 3 คือ ประกันชั้น 3 ไม่คุ้มครองกรณีรถหาย และไฟไหม้รถ แต่ยังคงคุ้มครองพวกค่ารักษาพยาบาลของผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงคุ้มครองเงินประกันตัวผู้ขับขี่
ประกันรถยนต์ชั้น 3+
แต่หากใครอยากได้ความคุ้มครองค่าซ่อมรถด้วย ประกันรถยนต์ชั้น 3+ ก็เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ แม้ว่าเมื่อเทียบ ประกัน 2 กับ 3 แล้วนั้น ประกันชั้น 3+ จะไม่คุ้มครองเมื่อรถหาย และไฟไหม้รถก็ตาม ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ขับรถเชี่ยวชาญ มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุน้อย หรือ ผู้ที่ใช้รถมานานแล้ว หรือ รถอายุเกิน 7 ปีขึ้นไป เป็นต้น แต่ความคุ้มครองอื่น ๆ ยังคงมีเช่นเดียวกับ ประกันรถยนต์ชั้น 2+
เลือกประกันรถยนต์แบบไหนดี
เมื่อได้เห็น ความแตกต่าง ของ ประกันชั้น 1 2 3 กันไปแล้ว จะเห็นว่า ความแตกต่าง ประกันชั้น 1 2 3 นั้น ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด หากใครอยากได้ประกันรถยนต์ที่ครอบคลุม แนะนำ ประกันชั้น 1 รองลงมาคือ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ และ ประกันรถยนต์ชั้น 3+ แต่หากใครที่อยากประหยัดเงินในการซื้อประกันรถยนต์ ประกัน 2 กับ 3 ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ก็เหมาะกับผู้ที่ขับรถชำนาญ และมีโอกาสน้อยที่จะขับรถเกิดอุบัติเหตุ
ต้องบอกเลยว่า ไม่ว่าคุณจะเลือก ประกันรถยนต์ ชั้นใดก็ตาม ก็ยังให้ความคุ้มครองต่อผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และคู่กรณี แม้ว่าจะมี ความแตกต่าง ประกันชั้น 1 2 3 กันที่ความคุ้มครอง ดังที่กล่าวไปข้างต้น อย่างไรก็ดีควรเลือก ประกันรถยนต์ที่ตอบโจทย์กับตัวเองมากที่สุด โดยสามารถ เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ประกันรถยนต์ ได้ที่ www.tipinsure.com