เติมอะไรคุ้มสุด? เทียบค่าใช้จ่าย น้ำมัน vs ไฟฟ้า ในยุคที่ค่าไฟปรับตัวและน้ำมันผันผวน

จำนวนผู้เข้าชม : 2
Tag:

เติมอะไรคุ้มสุด? เทียบค่าใช้จ่าย น้ำมัน vs ไฟฟ้า ในยุคที่ค่าไฟปรับตัวและน้ำมันผันผวน 

เติมอะไรคุ้มสุด? เทียบค่าใช้จ่าย น้ำมัน vs ไฟฟ้า ในยุคที่ค่าไฟปรับตัวและน้ำมันผันผวน

เดือนนี้หมดค่าเดินทางไปเท่าไหร่? คำถามแทงใจดำของคนมีรถทุกคนในยุคนี้ เพราะหันไปทางไหนก็เจอแต่ความผันผวน ราคาน้ำมันโลกก็แกว่งตัวขึ้นลงจนเดาใจไม่ถูก จะหันมามองฝั่งรถไฟฟ้าค่าไฟบ้านเราก็มีการปรับโครงสร้างและขยับตัวอยู่เรื่อยๆ

จนเกิดคำถามคาใจยอดฮิตที่คนกำลังจะซื้อรถใหม่ หรือคนที่มีรถอยู่แล้ว สรุปแล้วปีนี้ เติมน้ำมัน vs ชาร์จไฟ แบบไหนคุ้มค่าและประหยัดเงินในกระเป๋ามากกว่ากัน?

TIPINSURE จะมาดูตัวเลข เปรียบเทียบ น้ำมัน รถไฟฟ้า เพื่อให้คุณได้คำตอบที่ชัดเจนที่สุด!

 

ค่าน้ำมัน vs ค่าไฟรถ EV ใครประหยัดกว่า?

เราได้คำนวณค่าเฉลี่ยต่อกิโลเมตรมาให้เห็นกันชัดๆ (อ้างอิงจากอัตราสิ้นเปลืองและราคาพลังงานเฉลี่ยในปัจจุบัน)

ตารางเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายพลังงานต่อกิโลเมตร 

ประเภทรถยนต์ อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย ราคาพลังงานเฉลี่ย ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย (บาท/กิโลเมตร)
รถยนต์น้ำมัน (Sedan/SUV) 12 - 15 กม./ลิตร 38 - 45 บาท/ลิตร 2.5 - 3.5 บาท
รถยนต์ไฟฟ้า (EV) - ชาร์จบ้าน TOU 6 - 7 กม./หน่วย (kWh) ~3.0 บาท/หน่วย (ช่วง Off-Peak) 0.45 - 0.5 บาท
รถยนต์ไฟฟ้า (EV) - ชาร์จบ้านปกติ 6 - 7 กม./หน่วย (kWh) ~4.7 บาท/หน่วย 0.67 - 0.8 บาท
รถยนต์ไฟฟ้า (EV) - สถานีชาร์จสาธารณะ 6 - 7 กม./หน่วย (kWh) 7.5 - 9.0 บาท/หน่วย 1.1 - 1.5 บาท


แม้ว่าค่าไฟจะมีการปรับตัวขึ้น แต่เมื่อนำมาคำนวณ ค่าไฟรถ EV ต่อกิโลเมตรแล้ว ก็ยังคงมีความคุ้มค่ามากกว่าการเติมน้ำมันอยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเน้นการชาร์จไฟที่บ้านในช่วงเวลา Off-Peak

 

เจาะลึกฝั่งรถยนต์น้ำมัน ความสะดวกที่ต้องแลกด้วยความผันผวน

การขับรถน้ำมันในยุคนี้เปรียบเสมือนการเล่นรถไฟเหาะ วันไหนราคาน้ำมันดิบโลกขยับ ปั๊มน้ำมันในไทยก็พร้อมปรับราคาขึ้นทันที

ข้อดีที่ยังไม่มีใครล้มได้

  • ความสะดวกรวดเร็ว : เติมน้ำมันใช้เวลาไม่เกิน 3-5 นาที ขับต่อได้ทันที
  • สถานีครอบคลุม : มีปั๊มน้ำมันทุกๆ ไม่กี่กิโลเมตร ไม่ต้องวางแผนการเดินทางล่วงหน้า

ค่าใช้จ่ายแฝงที่คุณต้องจ่าย (Hidden Costs)
ไม่ใช่แค่ ค่าน้ำมัน เท่านั้น แต่รถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวหลายพันชิ้น ทำให้มีค่าบำรุงรักษาตามระยะทางที่สูงกว่า เช่น ค่าเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง, ไส้กรอง, สายพาน และหัวเทียน ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 0.5 - 1.0 บาทต่อกิโลเมตร ยิ่งรถเก่า ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ยิ่งเพิ่ม

 

เจาะลึกฝั่งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ค่าไฟปรับตัว แล้วยังคุ้มไหม?

หลายคนกังวลว่า ถ้าค่าไฟขึ้นล่ะ รถ EV จะยังน่าใช้ไหม? คำตอบคือ ก็ยังคุ้มอยู่ แต่อาจจะต้องมีเทคนิคในการชาร์จเพื่อให้ได้ราคาที่ถูกที่สุด

ชาร์จไฟแบบไหนประหยัดที่สุด?

ถ้าคุณอยากได้ ค่าไฟรถ EV ที่ถูกที่สุด การติดตั้งมิเตอร์แบบ TOU (Time of Use) ที่บ้านคือคำตอบ เพราะการชาร์จรถในช่วง Off-Peak (หลัง 4 ทุ่มถึง 9 โมงเช้า และวันหยุดเสาร์-อาทิตย์) จะมีราคาค่าไฟที่ถูกลงกว่าครึ่งหนึ่ง

  • ชาร์จบ้านแบบ TOU : ค่าใช้จ่ายตกกิโลเมตรละประมาณ 0.50 บาท เท่านั้น ขับไป-กลับที่ทำงานวันละ 50 กิโลเมตร เสียเงินแค่ 25 บาท
  • ชาร์จตู้สาธารณะ (DC Fast Charge) : แม้ค่าบริการจะสูงกว่า (กิโลเมตรละ 1.1 - 1.5 บาท) แต่ก็ยังถือว่าประหยัดกว่าน้ำมันเกินครึ่งหนึ่งอยู่ดี

ข้อจำกัดที่ห้ามมองข้าม

  • ต้องใช้เวลาในการชาร์จ (30 นาที - 8 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับประเภทตู้)
  • ต้องมีการวางแผนเส้นทางหากต้องเดินทางไกล

 

สรุปวิธีเลือกสไตล์แบบคุณ เหมาะกับน้ำมันหรือไฟฟ้า?

เพื่อประเมินความคุ้มค่าแบบ Actionable (นำไปใช้ตัดสินใจได้ทันที) ให้ลองเช็กจากพฤติกรรมการใช้รถของคุณดังนี้

  • เลือก รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ถ้าคุณ : ขับรถระยะทางต่อวันสม่ำเสมอ (วันละ 50-100 กม. ขึ้นไป), สามารถติดตั้งตู้ชาร์จที่บ้านได้, และต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
  • เลือก รถยนต์น้ำมัน ถ้าคุณ : ไม่มีที่ชาร์จรถส่วนตัว (อยู่คอนโดหรือบ้านเช่าที่ไม่เอื้ออำนวย), เดินทางต่างจังหวัดบ่อยแบบปุบปับ, และไม่ชอบการรอคอยหรือวางแผนจุดชาร์จ

 

FAQ : คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการเปรียบเทียบน้ำมัน vs รถไฟฟ้า

Q : รถไฟฟ้าขับลุยน้ำท่วมได้จริงไหม อันตรายหรือเปล่า?

A : รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ได้รับการออกแบบให้แบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนมีมาตรฐานกันน้ำระดับ IP67 ขึ้นไป ซึ่งสามารถแช่น้ำลึก 1 เมตรได้ชั่วคราว (ประมาณ 30 นาที) จึงมีความปลอดภัยสูงและลุยน้ำได้ดีไม่แพ้รถน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้จอดแช่น้ำเป็นเวลานาน

Q : แบตเตอรี่รถ EV เสื่อมเร็วไหม ค่าเปลี่ยนแพงจริงไหม?

A : เทคโนโลยีแบตเตอรี่ในปัจจุบันมีความทนทานสูง โดยเฉลี่ยจะเสื่อมสภาพประมาณ 1-2% ต่อปีเท่านั้น (ขึ้นอยู่กับการใช้งาน) และบริษัทรถยนต์ส่วนใหญ่มักมีประกันแบตเตอรี่ให้อยู่ที่ 8 ปี หรือ 150,000-160,000 กิโลเมตร ดังนั้นในช่วงปีแรกๆ จึงยังไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่

Q : ติดมิเตอร์ TOU ชาร์จรถ EV ที่บ้าน ยุ่งยากไหม?

A : ไม่ยุ่งยาก คุณสามารถยื่นเรื่องผ่านแอปพลิเคชันหรือการไฟฟ้าในพื้นที่ (MEA หรือ PEA) ได้โดยตรง โดยจะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบระบบไฟและเปลี่ยนมิเตอร์ให้ ซึ่งจะช่วยลดค่าไฟในช่วงกลางคืนได้อย่างมาก

 

ไม่ว่าคุณจะเลือกเติมน้ำมันหรือชาร์จไฟ อย่าลืมสิ่งที่ขาดไม่ได้ทุกเที่ยวที่ขับ

เลือกได้แล้วว่าพลังงานแบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่คนมีรถห้ามพลาดและต้องทำเป็นประจำทุกปีตามกฎหมายก็คือ พ.ร.บ. รถยนต์

ไม่ว่าคุณจะขับรถน้ำมันที่ต้องผันผวนกับราคาหน้าปั๊ม หรือขับรถไฟฟ้า EV สุดล้ำที่กำลังเซฟค่าใช้จ่าย อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ และ พ.ร.บ. นี่แหละที่จะเป็นเกราะป้องกันด่านแรกที่ช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งตัวคุณ ผู้โดยสาร และคู่กรณีโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด!

ถ้าคุณกำลังมองหาความคุ้มค่าที่มาพร้อมกับความสะดวกสบายสูงสุดในยุคดิจิทัล พ.ร.บ. ออนไลน์จาก TIPINSURE คือคำตอบ

  • ซื้อง่าย ได้ไว ใน 3 นาที : ไม่ต้องเดินทางไปต่อคิวให้เสียเวลา เพียงทำรายการผ่านระบบออนไลน์แค่นับ 1-2-3 กรอกข้อมูล เลือกแผน ชำระเงิน ก็เสร็จเรียบร้อย
  • รับกรมธรรม์ทันทีทางอีเมล : ชำระเงินปุ๊บ กรมธรรม์ส่งตรงเข้าอีเมลปั๊บ สามารถนำไฟล์ไปใช้ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ได้ทันที สะดวกรวดเร็วขั้นสุด
  • มั่นคง อุ่นใจ ตลอด 24 ชั่วโมง : มั่นใจได้ในมาตรฐานการดูแลระดับมืออาชีพ พร้อมระบบเคลมออนไลน์และศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

ไม่ว่ารถน้ำมันหรือรถ EV ทิพยประกันภัยมีแผนรองรับครบถ้วน ซื้อง่ายๆ ผ่านหน้าจอมือถือของคุณ เพื่อให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความมั่นใจ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ TIPINSURE.COM หรือโทร. 1736

 

 

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด 
*ผู้ซื้อควรศึกษารายละเอียดเงื่อนไขและความคุ้มครองก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง