ทุนประกันรถยนต์ควรตั้งเท่าไหร่ ตั้งสูงไปคุ้มไหม
จำนวนผู้เข้าชม : 13
ทุนประกันรถยนต์ควรตั้งเท่าไหร่ ตั้งสูงไปคุ้มไหม

เคยไหม เวลาต่อประกันรถยนต์ทุกปี แล้วเจอตัวเลข ทุนประกัน ที่ลดลงเรื่อยๆ ทั้งที่รถก็ยังใช้งานดีอยู่ แล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่า จริงๆ แล้วเราควรตั้งทุนประกันไว้เท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าพอดี ตั้งต่ำไปกลัวไม่พอตอนเคลม ตั้งสูงไปก็กลัวจ่ายเบี้ยแพงฟรีๆ
ถ้ากำลังลังเลเรื่องนี้อยู่ TIPINSURE จะพาไปเข้าใจทุนประกันรถยนต์แบบเคลียร์ๆ ทั้งวิธีคิด วิธีเลือก และคำตอบว่าตั้งสูงเกินจริงแล้วคุ้มหรือไม่คุ้ม จะได้ต่อประกันรอบหน้าอย่างมั่นใจ ไม่โดนเอาเปรียบ และไม่จ่ายแพงเกินความจำเป็น
ทุนประกันรถยนต์ คืออะไร
พูดง่ายๆ ทุนประกันรถยนต์ คือ วงเงินสูงสุดที่บริษัทประกันจะจ่ายชดเชยให้ ถ้ารถเกิดความเสียหายหนักจนซ่อมไม่คุ้ม รถหาย หรือไฟไหม้ทั้งคัน ตัวเลขนี้จึงเป็นเหมือนเพดานความคุ้มครองของกรมธรรม์ ไม่ใช่ค่าซ่อมที่จะได้ทุกครั้งที่เคลม
ส่วนกรณีเฉี่ยวชนหรือซ่อมบางจุด บริษัทประกันจะจ่ายตามค่าซ่อมจริง ไม่ได้ผูกกับทุนประกันโดยตรง ทุนประกันจะเข้ามามีบทบาทชัดๆ ก็ตอนที่รถเสียหายทั้งคัน หรือสูญหายแบบกู้คืนไม่ได้เท่านั้น
ทุนประกันคำนวณยังไง ทำไมถึงลดลงทุกปี
หลายคนงงว่า ทำไมปีนี้ทุนประกันน้อยกว่าปีที่แล้ว ทั้งที่เบี้ยยังเท่าเดิม คำตอบคือ ทุนประกันคิดจาก มูลค่ารถ ณ ปัจจุบัน ไม่ใช่ราคาตอนซื้อ โดยพิจารณาจาก
- ยี่ห้อ รุ่น และปีที่ผลิต
- อายุการใช้งานและสภาพรถ
- ราคาซื้อขายจริงในตลาดรถมือสองช่วงนั้นๆ
โดยทั่วไปบริษัทประกันมักหักค่าเสื่อมไว้ราวๆ 10% ขึ้นไป ทำให้ทุนประกันมักอยู่ที่ประมาณ 80-90% ของราคากลางตลาดรถยนต์ในช่วงเวลานั้น นี่คือเหตุผลที่รถยิ่งเก่า ทุนประกันยิ่งลดลงเรื่อยๆ ตามมูลค่าตลาดจริงที่ลดลงเช่นกัน ไม่ใช่บริษัทประกันหักตามอำเภอใจอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด
ทุนประกันรถยนต์ควรตั้งเท่าไหร่ถึงจะพอดี
หัวใจของเรื่องนี้คือ ตั้งให้ใกล้เคียงราคาตลาด ณ วันที่ทำประกัน มากที่สุด เพราะนั่นคือมูลค่าที่แท้จริงของรถในตอนนั้น
รถใหม่ป้ายแดง (อายุไม่เกิน 1 ปี)
ช่วงนี้มักได้ทุนประกันสูงสุด ใกล้เคียงราคาซื้อขายหน้าโชว์รูม เพราะยังแทบไม่มีค่าเสื่อม แนะนำให้ตั้งตามราคารถที่ซื้อจริง หรือราคาที่บริษัทประกันเสนอมา ซึ่งปกติใกล้เคียงกันอยู่แล้ว
รถใช้แล้ว 1-3 ปี
ช่วงนี้ค่าเสื่อมเริ่มชัดเจน ทุนประกันจะเริ่มลดลงตามราคาตลาดรถมือสองรุ่นเดียวกัน ปีเดียวกัน สิ่งที่ควรทำคือ ลองเช็กราคากลางรถมือสองจากเต็นท์รถหรือเว็บซื้อขายรถ 2-3 แหล่ง เพื่อดูว่าทุนประกันที่บริษัทเสนอมาใกล้เคียงราคาตลาดจริงหรือไม่
รถอายุเกิน 5 ปีขึ้นไป
รถกลุ่มนี้ราคาตลาดจะลดลงค่อนข้างมาก ทุนประกันก็จะลดตามไปด้วย จุดที่ต้องระวังคือ อย่าปล่อยให้ทุนประกันต่ำกว่าราคาตลาดจริงมากเกินไป เพราะถ้าเกิดเหตุร้ายแรง เงินที่ได้อาจไม่พอซื้อรถทดแทนคันใหม่ในสภาพใกล้เคียงกัน
ตั้งทุนประกันสูงเกินราคาตลาด คุ้มไหม
นี่คือคำถามที่หลายคนอยากรู้ที่สุด คำตอบตรงๆ คือ ไม่คุ้ม และในทางปฏิบัติ บริษัทประกันส่วนใหญ่ก็ไม่อนุญาตให้ตั้งทุนประกันสูงเกินมูลค่ารถจริงอยู่แล้ว เพราะหลักการประกันภัยคือชดเชยตามความเสียหายจริง ไม่ใช่การเก็งกำไร
ถ้าสมมติว่าตั้งทุนประกันสูงกว่าราคาตลาดได้จริง สิ่งที่ตามมาคือ
- เบี้ยประกันแพงขึ้นตามทุนประกันที่สูงขึ้น
- เวลาเคลมจริง บริษัทจะจ่ายตามมูลค่ารถจริง ณ วันเกิดเหตุ ไม่ใช่ตามตัวเลขที่ตั้งไว้สูงเกินจริง
- สรุปคือ จ่ายเบี้ยแพงขึ้นฟรีๆ โดยไม่ได้ความคุ้มครองเพิ่มขึ้นจริง
พูดง่ายๆ การตั้งทุนสูงเกินจริงไม่ได้ทำให้รวยขึ้นตอนเคลม แต่ทำให้จ่ายแพงขึ้นตอนต่อประกันแทน
ตั้งทุนประกันต่ำเกินไป เสี่ยงอะไรบ้าง
กลับกัน ถ้าตั้งทุนประกันต่ำกว่ามูลค่ารถจริงมากๆ เพื่อประหยัดเบี้ย ก็มีความเสี่ยงไม่แพ้กัน
- ถ้ารถเสียหายทั้งคันหรือถูกโจรกรรม เงินชดเชยอาจไม่พอซื้อรถรุ่นใกล้เคียงคันใหม่
- ต้องควักเงินส่วนต่างเพิ่มเองก้อนใหญ่
- บางกรณีอาจกระทบสัดส่วนความคุ้มครองในกรมธรรม์บางประเภทด้วย
ดังนั้นทางที่ดีที่สุดไม่ใช่การตั้งสูงสุดหรือต่ำสุด แต่คือการตั้ง ให้สอดคล้องกับราคาตลาดจริง นั่นเองคือจุดที่คุ้มค่าที่สุดทั้งสองฝั่ง
เช็กทุนประกันก่อนต่อทุกปี ทำยังไงบ้าง
ก่อนเซ็นต่อประกันรอบหน้า ลองทำตามนี้ดู จะช่วยให้มั่นใจว่าทุนประกันที่ได้ยุติธรรมกับรถจริงๆ
- เช็กราคากลางรถมือสองรุ่น ปี และสภาพใกล้เคียงกับรถเรา จากหลายแหล่ง
- เปรียบเทียบทุนประกันที่บริษัทเสนอ กับราคาตลาดที่เช็กมา
- ถ้าทุนประกันต่ำกว่าราคาตลาดมากผิดปกติ สอบถามตัวแทนหรือบริษัทประกันได้ทันที
- อย่าตัดสินใจแค่ดูเบี้ยถูกอย่างเดียว ต้องดูทุนประกันควบคู่กันเสมอ
- ถ้ารถมีการแต่ง ติดอุปกรณ์เสริมราคาสูง ควรแจ้งบริษัทประกันให้ครบ เพื่อคำนวณทุนประกันให้ตรงความเป็นจริง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ทุนประกันรถยนต์กับเบี้ยประกัน เกี่ยวข้องกันยังไง
A: ทุนประกันยิ่งสูง เบี้ยประกันก็มักจะสูงตามไปด้วย เพราะเบี้ยคำนวณจากความเสี่ยงและมูลค่าความคุ้มครองที่บริษัทต้องรับผิดชอบ
Q: ทำไมทุนประกันรถยนต์ปีนี้น้อยกว่าปีที่แล้ว
A: เพราะรถมีค่าเสื่อมตามอายุการใช้งาน และราคาตลาดรถมือสองก็เปลี่ยนแปลงทุกปี ทุนประกันจึงถูกปรับลดลงให้สอดคล้องกับมูลค่ารถจริง ณ ปีนั้นๆ
Q: ตั้งทุนประกันเองได้ไหม
A: ส่วนใหญ่บริษัทประกันจะเป็นคนคำนวณและเสนอทุนประกันมาให้ แต่ผู้เอาประกันสามารถต่อรองหรือขอเช็กที่มาของตัวเลขได้ หากรู้สึกว่าไม่ตรงกับราคาตลาดจริง
Q: รถแต่งหรือติดอุปกรณ์เสริม ต้องแจ้งทุนประกันเพิ่มไหม
A: ควรแจ้ง เพราะอุปกรณ์เสริมที่มีมูลค่าสูง เช่น ล้อแม็ก ระบบเสียง หรือชุดแต่งรอบคัน มักไม่รวมอยู่ในทุนประกันมาตรฐาน หากไม่แจ้งไว้ อาจไม่ได้รับความคุ้มครองส่วนนี้เมื่อเกิดเหตุ
ทุนประกันที่พอดี ไม่ใช่แค่ช่วยประหยัดเบี้ย แต่ช่วยให้อุ่นใจได้จริงเวลาต้องใช้ ถ้ากำลังจะต่อประกันรถรอบนี้ ลองทำตามเช็กลิสต์ด้านบนดูก่อน จะได้ไม่จ่ายแพงเกินจำเป็น และไม่ต้องกังวลว่าความคุ้มครองจะไม่พอ
ใครที่กำลังมองหาประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ดูแลเรื่องทุนประกันให้ตรงกับราคาตลาดจริง และมีทีมงานให้คำปรึกษาแบบเข้าใจง่าย ลองดูรายละเอียดประกันรถยนต์ชั้น 1 จาก ทิพยประกันภัย ได้ที่ TIPINSURE.COM หรือโทรสอบถามได้ที่ 1736
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*ผู้ซื้อควรศึกษารายละเอียดเงื่อนไขและความคุ้มครองก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง