บ้านจมน้ำ เสียหายหลักแสน หลักล้าน! ประกันภัยบ้านช่วยอะไรได้บ้าง?

จำนวนผู้เข้าชม : 99
Tag:

บ้านจมน้ำ เสียหายหลักแสน หลักล้าน! ประกันภัยบ้านช่วยอะไรได้บ้าง?

บ้านจมน้ำ เสียหายหลักแสน หลักล้าน! ประกันภัยบ้านช่วยอะไรได้บ้าง?

เคยคิดไหมว่าถ้าวันหนึ่ง บ้าน ที่คุณทุ่มเทสร้างและใช้ชีวิตอยู่ต้องจมอยู่ใต้น้ำจากมวลน้ำท่วมหนัก ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะหนักหนาสาหัสแค่ไหน? ความเสียหายที่ประเมินออกมาเป็นหลักแสน หลักล้าน ยิ่งทำให้หลายคนถึงกับกุมขมับ เงินเก็บที่สะสมมาอาจต้องหมดไปกับการซ่อมแซมภายในพริบตา

จุดสำคัญคือ… คุณมีประกันภัยบ้านช่วยรับภาระส่วนนี้หรือยัง?

ประกันบ้านไม่ได้คุ้มครองแค่ไฟไหม้เหมือนที่หลายคนเข้าใจ แต่ยังสามารถช่วยจัดการความเสียหายจากน้ำท่วม ลมพายุ ท่อแตก และเหตุไม่คาดคิดอีกมากมายที่เกิดขึ้น

แล้วประกันจะเข้ามาเยียวยาความเสียหายหลักแสน หลักล้าน ที่คุณต้องเจอได้ยังไง? แล้วแบบไหนที่คุ้มครองน้ำท่วมหรือความเสียหายจากน้ำได้

 

น้ำท่วมถึงบ้าน 1 ครั้ง = เสียหายมากกว่าที่คิด!

ความเสียหายจากน้ำไม่ได้จบแค่การแห้งแล้วก็จบไป แต่มันคือปัญหาระยะยาวที่กัดกินทั้งโครงสร้างและสุขภาพของคุณ น้ำท่วมเพียงครั้งเดียวสามารถสร้างความเสียหายได้ตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ หรือคอนโดมิเนียมชั้นล่าง ผลกระทบที่ต้องเผชิญนั้นหนักหน่วงเกินกว่าจะรับมือด้วยตัวเอง

  • ความเสียหายด้านโครงสร้าง : น้ำที่ซึมเข้าสู่ฐานรากและผนังอาจทำให้เกิดรอยร้าว โครงสร้างอ่อนแอลง และทำให้บ้านทรุดตัวในระยะยาว (ซึ่งค่าซ่อมแพงที่สุด)
  • ความเสียหายต่อทรัพย์สิน : เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า พรม พื้นไม้ ลามิเนต และข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว เสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้หรือต้องเปลี่ยนใหม่เกือบทั้งหมด
  • ปัญหาสุขภาพและสุขอนามัย : เชื้อราและเชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมจะฝังตัวอยู่ตามผนังและวัสดุต่างๆ ทำให้เกิดกลิ่นอับเรื้อรัง และอาจส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจของผู้อยู่อาศัย

 

ความเสียหายแบบไหนที่ประกันภัยบ้านช่วยได้บ้าง? 

เมื่อพูดถึงความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ประกันภัยบ้านจะแบ่งความคุ้มครองออกเป็น 2 ประเภทหลัก ซึ่งผู้เอาประกันต้องทำความเข้าใจอย่างชัดเจนก่อนการซื้อกรมธรรม์

  • A. ภัยจากน้ำท่วม (Flood) : เป็นภัยธรรมชาติที่เกิดจากน้ำภายนอกไหลเข้าสู่ตัวบ้าน เช่น น้ำท่วมใหญ่ น้ำป่าไหลหลาก หรือน้ำล้นตลิ่ง ความคุ้มครองนี้ไม่รวมอยู่ในประกันภัยบ้านภาคบังคับ แต่ต้องซื้อเป็นส่วนเสริม/ภัยพิเศษ (Add-on) เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะกำหนดความคุ้มครองสูงสุดไว้ไม่เกิน 20,000 - 50,000 บาท หรือตามวงเงินที่ระบุในกรมธรรม์
  • B. ภัยจากน้ำ (Water Damage) : เป็นความเสียหายที่เกิดจากเหตุการณ์ภายในตัวอาคารเอง เช่น ท่อน้ำประปาแตก น้ำรั่วจากฝนที่สาดซึมเข้าทางช่องหน้าต่าง น้ำที่ทะลักจากเครื่องซักผ้า เป็นต้น ความเสียหายประเภทนี้มักจะคุ้มครองในส่วนของภัยจากน้ำ ภายใต้ความคุ้มครองพื้นฐาน (ภัยเสริม) หรือความคุ้มครองเพิ่มเติมที่ซื้อไว้ ทำให้การเคลมความเสียหายจากท่อแตกภายในบ้านทำได้ง่ายกว่าภัยน้ำท่วมใหญ่

เคล็ดลับ : อย่าคิดว่าประกันภัยบ้านจะคุ้มครองน้ำท่วมทุกกรณี! ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าในกรมธรรม์ของคุณมีการระบุภัยน้ำท่วมและวงเงินคุ้มครองไว้แล้วหรือไม่

 

ประกันภัยบ้าน (อัคคีภัย) ภาคบังคับ คุ้มครองอะไรบ้าง? แล้วน้ำท่วมรวมอยู่ด้วยไหม?

ประกันภัยบ้าน (ชื่ออย่างเป็นทางการคือ ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย) คือประกันพื้นฐานที่คุ้มครองเฉพาะตัวโครงสร้างบ้านและทรัพย์สินภายใน หากเกิดเหตุการณ์ที่สำคัญตามกฎหมายและสัญญา ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ :

  • คุ้มครอง : ส่วนใหญ่จะคุ้มครองความเสียหายที่เกิดจาก ไฟไหม้, ฟ้าผ่า (รวมถึงความเสียหายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า), และระเบิด
  • ภัยเพิ่มเติมที่มักจะแถมมา : บริษัทประกันส่วนใหญ่มักจะขยายความคุ้มครองเพิ่มเติมให้โดยอัตโนมัติ เช่น ภัยจากยานพาหนะ (รถชนบ้าน), ภัยจากอากาศยาน และ ภัยลมพายุ (ความเสียหายจากแรงลมพัด)
  • น้ำท่วมรวมอยู่ด้วยไหม : คำตอบคือ ไม่รวม! หากไม่ซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วม (Flood) เพิ่มเติมเข้ามาในกรมธรรม์ บ้านที่จมน้ำจากน้ำท่วมใหญ่จะไม่สามารถเรียกค่าเสียหายจากประกันอัคคีภัยพื้นฐานได้เลย ดังนั้น การซื้อความคุ้มครองเพิ่มจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับบ้านในพื้นที่เสี่ยง

ประกันอัคคีภัยภาคบังคับ คุ้มครองหลักคือ ไฟไหม้ ไม่ใช่ น้ำท่วม หากต้องการความคุ้มครองน้ำท่วม ต้องจ่ายเบี้ยเพิ่มเพื่อซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติแยกต่างหาก

 

5 ขั้นตอนสำคัญ เมื่อบ้านจมน้ำและต้องการเรียกค่าเสียหาย

เมื่อเกิดเหตุน้ำท่วมหรือความเสียหายจากน้ำอย่างรุนแรง สิ่งที่คุณควรทำเพื่อให้การเคลมประกันเป็นไปอย่างราบรื่นและได้รับเงินชดเชยอย่างรวดเร็ว มีดังนี้

  1. ถ่ายภาพความเสียหายทันที : เมื่อสถานการณ์ปลอดภัยแล้ว ให้รีบใช้โทรศัพท์ถ่ายภาพและวิดีโอความเสียหายทั้งหมดอย่างละเอียด (ถ่ายจากมุมกว้างและมุมใกล้) ก่อนการเคลื่อนย้ายหรือทำความสะอาด
  2. ป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม : ตัดกระแสไฟฟ้าเพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร ย้ายทรัพย์สินที่เหลือไปไว้ในที่สูง หรือใช้ผ้าใบคลุมทรัพย์สินที่ยังไม่เสียหายเพิ่มเติม
  3. รวบรวมเอกสารสำคัญ : เตรียมสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน กรมธรรม์ประกันภัยบ้าน (ฉบับจริง/สำเนา) และเอกสารการซื้อทรัพย์สินที่เสียหาย (ถ้ามี)
  4. แจ้งบริษัทประกันภัยโดยเร็ว : โทรแจ้งศูนย์บริการเคลมประกันทันทีที่เกิดเหตุ โดยระบุวันที่ เวลา และลักษณะความเสียหายอย่างชัดเจน พร้อมส่งรูปถ่ายเบื้องต้นให้บริษัท
  5. รอผู้สำรวจภัย (Surveyor) : ห้ามซ่อมแซมหรือทำลายหลักฐานความเสียหายก่อนที่ผู้สำรวจภัยของบริษัทประกันจะเข้าตรวจสอบและประเมินความเสียหายอย่างเป็นทางการ

 

ซื้อประกันบ้านต้องดูอะไรบ้าง? (ฉบับคนไม่เคยซื้อ)

สำหรับมือใหม่ที่กำลังมองหาเกราะป้องกันให้กับบ้าน นี่คือ 3 สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณต้องพิจารณาเมื่อตัดสินใจซื้อประกันภัยบ้าน

1. วงเงินเอาประกันภัย (Sum Insured)

วงเงินคุ้มครองที่เหมาะสมควรครอบคลุม มูลค่าการสร้างบ้านใหม่ (ไม่ใช่มูลค่าตลาดหรือราคาซื้อขาย) หากวงเงินต่ำเกินไป เมื่อเกิดเหตุการณ์ใหญ่ขึ้นมา เงินชดเชยที่ได้จะไม่เพียงพอต่อการสร้างหรือซ่อมแซมใหม่ทั้งหมด

2. เลือกซื้อความคุ้มครองภัยจากน้ำท่วมเพิ่มเติม

หากบ้านคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือมีโอกาสเกิดน้ำท่วมสูง ต้องเน้นซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติที่รวมถึงน้ำท่วมเข้าไปด้วย และตรวจสอบวงเงินคุ้มครองให้เหมาะสมกับมูลค่าทรัพย์สิน

3. พิจารณาค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible)

ค่าเสียหายส่วนแรกคือจำนวนเงินที่คุณต้องรับผิดชอบเองก่อนที่บริษัทประกันจะจ่ายส่วนที่เหลือ หากคุณเลือก Deductible สูง เบี้ยประกันจะถูกลง แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์เล็กๆ คุณอาจต้องจ่ายเองทั้งหมด ควรเลือกให้เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของคุณ

สรุปคือ : อย่ามองแค่เบี้ยประกันที่ถูกที่สุด แต่ให้เน้นที่ความครอบคลุมที่ตอบโจทย์ความเสี่ยงของบ้านคุณมากที่สุดเป็นอันดับแรก!

 

บ้านปลอดภัยกว่า เมื่อมีประกันที่เข้าใจคุณ

การปล่อยให้บ้านเผชิญกับภัยธรรมชาติหรือความเสียหายจากน้ำโดยไม่มีเกราะป้องกัน คือการแบกรับความเสี่ยงทางการเงินที่สูงลิ่ว การลงทุนในประกันภัยบ้านจึงไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย แต่คือการลงทุนเพื่อความมั่นคงและอุ่นใจ ที่จะช่วยเปลี่ยนความเสียหายหลักแสนหลักล้าน ให้กลายเป็นภาระที่บริษัทประกันเข้ามาช่วยดูแลแทน

อย่ารอให้ประตูบ้านถูกน้ำซัดเข้ามาจนทรัพย์สินเสียหายหมดแล้วค่อยมาเสียดาย การเตรียมพร้อมวันนี้ดีกว่าการแก้ไขในวันที่สายเกินไปเสมอ

ให้ประกันภัยบ้านทิพยยิ้มได้พลัสเป็นร่มกันภัยให้บ้านคุณ

สำหรับใครที่กำลังมองหาแผนประกันภัยบ้านที่ ครบ จบ คุ้มครองจริง และตอบโจทย์ความกังวลเรื่องน้ำท่วมและภัยธรรมชาติได้อย่างครอบคลุม ลองพิจารณาประกันภัยบ้านทิพยยิ้มได้พลัส จากทิพยประกันภัย ที่ออกแบบมาเพื่อคนรักบ้านโดยเฉพาะ

ประกันภัยบ้านทิพยยิ้มได้พลัส ไม่เพียงแต่คุ้มครองภัยพื้นฐานอย่างอัคคีภัยเท่านั้น แต่ยังมีจุดเด่นในการมอบความคุ้มครองที่ครอบคลุม ภัยธรรมชาติ (รวมถึงน้ำท่วม) และภัยจากน้ำ ที่เกิดจากท่อแตกภายในบ้านไว้อย่างเหมาะสม ทำให้คุณมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นภัยนอกบ้านหรือภัยในบ้าน ความเสียหายก็อยู่ในความดูแลของมืออาชีพ

เปลี่ยนความกังวลเป็นความอุ่นใจ ด้วยเบี้ยประกันที่จ่ายได้สบาย เพื่อให้ทุกวันในบ้านของคุณคือ วันที่ยิ้มได้อย่างแท้จริง

สอบถามรายละเอียดได้ที่ TIPINSURE.COM หรือโทร. 1736