ผู้สูงอายุขับรถ ต่อใบขับขี่อายุเกิน 70 ปี ต้องแจ้งบริษัทประกันเพิ่มไหม

จำนวนผู้เข้าชม : 222
Tag:

ผู้สูงอายุขับรถ ต่อใบขับขี่อายุเกิน 70 ปี ต้องแจ้งบริษัทประกันเพิ่มไหม 

ผู้สูงอายุขับรถ ต่อใบขับขี่อายุเกิน 70 ปี ต้องแจ้งบริษัทประกันเพิ่มไหม

คุณพ่อคุณแม่อายุ 70 ปี เพิ่งต่อใบขับขี่ใหม่ แต่จู่ๆ ก็มีคำถามขึ้นมาในหัว...

ต้องโทรแจ้งบริษัทประกันไหมนะ? ถ้าไม่แจ้ง แล้ววันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ประกันจะปฏิเสธจ่ายหรือเปล่า?

เรื่องนี้ฟังดูเป็นคำถามเล็กๆ แต่จริงๆ แล้ว เป็นเรื่องที่คนมีพ่อแม่สูงวัยที่ยังขับรถอยู่ ต้องรู้ เพราะถ้าเข้าใจผิด อาจเจอปัญหาตอนเคลมประกันแบบไม่ทันตั้งตัว TIPINSURE จะมาไขข้อสงสัย อ่านจบแล้วจะรู้เลยว่าต้องแจ้งหรือไม่ต้องแจ้งกันแน่

 

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกว่าที่คิด

หลายครอบครัวโฟกัสแค่เรื่อง ต่อใบขับขี่ผ่านไหม สอบผ่านไหม แต่ลืมมองข้ามไปว่า ใบขับขี่กับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์เป็นคนละเรื่องกัน แต่ก็มีจุดที่เชื่อมโยงกันอยู่ ถ้าไม่เข้าใจให้ดี อาจเกิดปัญหาตามมา เช่น

  • เข้าใจผิดว่าต้องแจ้งประกันทุกครั้งที่ต่อใบขับขี่ (เสียเวลาโทรถามโดยไม่จำเป็น)
  • หรือในทางกลับกัน ไม่รู้เลยว่ามีบางกรณีที่ต้องแจ้งจริงๆ จนอาจกระทบสิทธิ์เคลม

ดังนั้นก่อนจะสรุปว่าต้องทำอะไรบ้าง เรามาดูกันก่อนว่า การต่อใบขับขี่หลังอายุ 70 ปี มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

 

ต่อใบขับขี่หลังอายุ 70 ปี มีเงื่อนไขอะไรเพิ่มบ้าง

ไม่มีการห้ามขับรถเพราะอายุเยอะ

ข่าวลือที่ว่า อายุ 70 ห้ามขับรถ หรือ แก่แล้วโดนยึดใบขับขี่ ไม่เป็นความจริง ตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบกในปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายกำหนดเพดานอายุสูงสุดสำหรับผู้ขอรับหรือขอต่ออายุใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล นั่นแปลว่าตราบใดที่ร่างกายยังแข็งแรง สติสัมปชัญญะครบถ้วน และผ่านเกณฑ์ทดสอบ ก็ยังขับรถได้อย่างถูกกฎหมายแน่นอน

แต่ต้องเตรียมเอกสารเพิ่ม

สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ขั้นตอนการต่อใบขับขี่ ไม่ใช่สิทธิ์ในการขับรถ โดยทั่วไปผู้ที่อายุเกิน 70 ปีอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติมในการต่อใบขับขี่ เช่น ต้องมีการตรวจสุขภาพหรือใบรับรองแพทย์ประกอบการยื่นคำขอเพื่อยืนยันว่าสภาพร่างกายยังพร้อมขับขี่อย่างปลอดภัย

สรุปสั้น ๆ ว่า:

  • อายุ 70 ปีขึ้นไป = ต่อใบขับขี่ได้ปกติ แต่ต้องเตรียมใบรับรองแพทย์หรือผ่านการประเมินสุขภาพเพิ่มเติม
  • ไม่มีเพดานอายุสูงสุด ที่กฎหมายบังคับให้หยุดขับ

 

ต้องแจ้งบริษัทประกันไหม?

มาถึงคำถามหลักกันบ้าง นี่คือคำตอบแบบตรง ๆ

กรณีทั่วไป : ไม่จำเป็นต้องแจ้งแค่เพราะต่อใบขับขี่ใหม่

การต่ออายุใบขับขี่เป็น ข้อบังคับทางกฎหมายที่ต้องทำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ดังนั้นการที่คุณพ่อคุณแม่ไปต่อใบขับขี่ใหม่ตามรอบปกติ ไม่ได้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงความเสี่ยงที่ต้องรีบแจ้งบริษัทประกันทันที เพราะกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ส่วนใหญ่จะพิจารณาความเสี่ยงตอนซื้อ หรือต่ออายุกรมธรรม์ไม่ใช่ตอนต่อใบขับขี่

แต่มีข้อควรระวังที่พลาดไม่ได้

แม้จะไม่ต้องแจ้งทันทีที่ต่อใบขับขี่ แต่มีจุดที่ต้อง ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ

  1. ตอนซื้อหรือต่อกรมธรรม์ประกันรถยนต์  ต้องแจ้งข้อมูลผู้ขับขี่หลักให้ถูกต้องตามจริง รวมถึงอายุ เพราะบริษัทประกันบางแห่งอาจมีเงื่อนไขเรื่องอายุผู้ขับขี่ หรือปรับเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นสำหรับผู้ที่มีอายุเกิน 70 ปี ดังนั้นควรเช็กเงื่อนไขนี้ให้ชัดก่อนต่อกรมธรรม์ทุกครั้ง
  2. ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงสุขภาพที่กระทบการขับขี่อย่างมีนัยสำคัญ เช่น สายตาแย่ลงมาก มีโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อการตัดสินใจหรือปฏิกิริยาตอบสนอง ควรแจ้งให้บริษัทประกันทราบ เพราะถือเป็นข้อเท็จจริงที่มีนัยสำคัญต่อการประเมินความเสี่ยง
  3. ใบขับขี่ต้องไม่หมดอายุ ณ วันที่เกิดเหตุ เพราะการขับรถโดยใบขับขี่หมดอายุ นอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว บางกรมธรรม์อาจใช้เป็นเหตุปฏิเสธความรับผิดชอบบางส่วนได้ ดังนั้นควรต่อใบขับขี่ล่วงหน้าก่อนหมดอายุเสมอ

 

ถ้าไม่แจ้งประกัน จะเกิดอะไรขึ้น

หลายคนกลัวว่า ไม่แจ้ง = เคลมไม่ได้ แต่ความจริงมันซับซ้อนกว่านั้นนิดหน่อย ลองดูสถานการณ์เปรียบเทียบ

  • ต่อใบขับขี่ตามรอบปกติ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพ: ไม่แจ้งก็ไม่มีปัญหา เพราะไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่กระทบความเสี่ยงของกรมธรรม์
  • มีเงื่อนไขสุขภาพใหม่ที่ตรวจพบตอนทำใบรับรองแพทย์ แต่ไม่ได้แจ้งประกัน แล้วเกิดอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับเงื่อนไขนั้น: มีความเสี่ยงที่บริษัทประกันจะตรวจสอบและอาจปฏิเสธหรือลดความรับผิดชอบบางส่วน เพราะถือว่าปกปิดข้อเท็จจริงสำคัญ

สำคัญ : ไม่ใช่อายุที่เป็นปัญหา แต่คือ การปกปิดข้อมูลสุขภาพที่กระทบความเสี่ยงจริง ต่างหากที่อาจทำให้เคลมไม่ได้

 

เคล็ดลับก่อนต่อใบขับขี่ผู้สูงอายุ ที่ครอบครัวต้องรู้

  • เช็กวันหมดอายุใบขับขี่ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อเตรียมเอกสารและนัดตรวจสุขภาพให้ทัน
  • เตรียมใบรับรองแพทย์ ล่วงหน้า โดยเฉพาะถ้ามีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน ต้อกระจก
  • โทรสอบถามบริษัทประกันโดยตรง ว่ามีเงื่อนไขพิเศษสำหรับผู้ขับขี่อายุเกิน 70 ปีหรือไม่ ทั้งเรื่องเบี้ยประกันและความคุ้มครอง
  • แจ้งข้อมูลตามจริงเสมอ เวลาซื้อหรือต่อกรมธรรม์ อย่าปิดบังอายุหรือสุขภาพผู้ขับขี่หลัก
  • พิจารณาประกันภัยที่ออกแบบมาสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ บางบริษัทมีแผนที่ให้ความคุ้มครองเหมาะกับกลุ่มนี้มากกว่า

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: อายุ 70 ปี ต่อใบขับขี่ยากขึ้นไหม? 

A: ไม่ยากขึ้น แต่มีขั้นตอนเพิ่มเติม เช่น ต้องมีใบรับรองแพทย์หรือผ่านการประเมินสุขภาพ เพื่อยืนยันความพร้อมในการขับขี่

Q: ต่อใบขับขี่ใหม่แล้ว ต้องโทรแจ้งประกันทันทีไหม? 

A: โดยทั่วไปไม่จำเป็น เพราะการต่อใบขับขี่เป็นข้อบังคับทางกฎหมายปกติ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงความเสี่ยงของกรมธรรม์ แต่ควรแจ้งข้อมูลผู้ขับขี่ให้ถูกต้องตอนซื้อหรือต่อกรมธรรม์ประกัน

Q: มีอายุสูงสุดที่ห้ามขับรถไหม? 

A: ไม่มี กฎหมายไทยยังไม่ได้กำหนดเพดานอายุสูงสุดสำหรับผู้ขอต่อใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล ตราบใดที่ผ่านเกณฑ์สุขภาพและการทดสอบ

Q: เบี้ยประกันจะแพงขึ้นเพราะอายุเยอะไหม? 

A: มีความเป็นไปได้ บางบริษัทประกันอาจปรับเงื่อนไขหรือเบี้ยประกันสำหรับผู้ขับขี่ที่อายุเกิน 70 ปี จึงควรเช็กกับบริษัทประกันโดยตรงก่อนต่อกรมธรรม์

Q: ถ้าใบขับขี่หมดอายุแล้วขับรถ ประกันจะไม่จ่ายเลยหรือเปล่า? 

A: การขับรถด้วยใบขับขี่ที่หมดอายุมีความเสี่ยงที่บริษัทประกันอาจใช้เป็นเหตุปฏิเสธหรือจำกัดความรับผิดชอบได้ ทางที่ดีที่สุดคือต่อใบขับขี่ให้ทันก่อนหมดอายุเสมอ

หมายเหตุ : เงื่อนไขกรมธรรม์แต่ละบริษัทอาจแตกต่างกัน บทความนี้ให้ข้อมูลในภาพรวมเพื่อประกอบการตัดสินใจเท่านั้น แนะนำให้ตรวจสอบเงื่อนไขที่แน่นอนกับบริษัทประกันของท่านโดยตรง

 

อยากได้ประกันที่ตอบโจทย์ ลองเช็กที่นี่

ถ้ากำลังมองหาประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุม เบี้ยชัดเจน ไม่ต้องกังวลเรื่องเงื่อนไขซับซ้อนสำหรับผู้ขับขี่สูงอายุ ลองเข้าไปเช็คราคาและเปรียบเทียบแผนประกันรถยนต์ชั้น 1 จาก ทิพยประกันภัย ได้ที่ TIPINSURE.COM หรือโทร. 1736 ซึ่งให้บริการเช็คราคาและซื้อประกันออนไลน์ได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมให้เลือกระดับความคุ้มครองได้ตามความต้องการ

 

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด 
*ผู้ซื้อควรศึกษารายละเอียดเงื่อนไขและความคุ้มครองก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง