10 สิ่งที่ต้องทำ หลังจากซื้อเครื่องยนต์มือสอง

จำนวนผู้เข้าชม : 633
Tag:

เครื่องยนต์มือสองที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยมากส่วนใหญ่ประมาณ 80% เป็นเครื่องยนต์ที่มาจากญี่ปุ่น หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า "เครื่องเซียงกง" ครับ เครื่องยนต์เหล่านี้เป็นที่นิยมในหมู่นักแต่งรถ ที่ไปซื้อเครื่องยนต์กำลังแรงมาแทนที่เครื่องยนต์เดิม กลุ่มผู้นิยมใช้อะไหล่มือสอง และอู่ซ่อมรถ เนื่องจากมีราคาถูกกว่าซื้อใหม่ แถมเครื่องยนต์บางตัวยังมีสภาพเกือบ 95% ด้วยซ้ำไปครับ

ฟังมาตั้งนาน เพื่อนๆคงจะส่งสัยกันแล้วว่า ทำไมเครื่องยนต์เหล่านั้นถึงอยู่ในสภาพดี ที่บอกไปเมื่อซักครู่ว่า อะไหล่บางชิ้นมีสภาพเกือบสมบูรณ์ถึง 95% ก็เพราะว่า ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อรถยนต์เกิดอุบัติเหตุหรือมีการเฉี่ยวชน รถยนต์จะถูกส่งเข้าเซียงกง ไม่มีการซ่อม ไม่ว่ารถยนต์คันนั้นจะใหม่เพียงใดก็ตาม เนื่องจากอัตราค่าซ่อมสูงกว่าการซื้อรถใหม่ครับ อะไหล่ที่มาจากรถยนต์ในกลุ่มนั้น จึงดึงดูดใจกลุ่มนักแต่งรถ ผู้นิยมใช้อะไหล่มือสอง และอู่ซ่อมรถครับ

เพื่อนๆก็คงจะเริ่มสนใจขึ้นมาบ้างแล้วล่ะซิ งั้นมาดูกันเลยดีกว่าครับว่า หลังจากที่ได้เครื่องยนต์มือสองที่ถูกใจแล้ว จะต้องเปลี่ยนอะไรกันบ้าง ทิพยประกันภัยมี Check list มาฝากกันครับ

1. ยางแท่นเครื่องและยางแท่นเกียร์
ถ้าเป็นเครื่องบล็อคเดียวกัน ไม่ได้มีการเปลี่ยนบล็อคของเครื่องยนต์ ก็สามารถใช้ได้หรือจะใช้ของเดิมก็ได้ครับ แต่ถ้ายางแท่นเครื่องมีการฉีกขาด ต้องเปลี่ยนให้หมดนะครับทั้งยางแท่นเครื่องแท่นเกียร์ เพราะถ้าเปลี่ยนเป็นบางตัวจะทำให้ตัวที่เก่ากว่า มาทำให้ตัวที่ใหม่กว่าเสียหายไปด้วย อย่างไรก็ตาม แนะนำให้เปลี่ยนตอนเปลี่ยนเครื่องไปเลยครับ 


2. เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง
น้ำมันเครื่องเดิมที่ติดมากับเครื่องมักจะเป็นน้ำมันเครื่องที่ทางเซียงกงเปลี่ยนให้ โดยมากก็เป็นน้ำมันเครื่องเก่าที่ไว้ใช้สำหรับสตาร์ทเครื่องให้ลูกค้าดูเท่านั้นครับ


3. เปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่อง
ควรจะเปลี่ยนไปพร้อมกันกับน้ำมันเครื่องเลยครับ แล้วหลังจากนั้นก็ให้เปลี่ยนครั้งเว้นครั้งหลังจากเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง


4. สายพานราวลิ้น (สายพานไทม์มิ่ง)
กรณีที่สายพานขาด จะสร้างความเสียหายให้แก่เครื่องยนต์มาก ซึ่งโดยปกติสายราวลิ้นมีอายุการใช้งานไม่เกิน 100,000 กม. และที่สำคัญสายพานนี้อยู่ในตำแหน่งที่มองไม่เห็น ถ้าไม่เปิดออกมาดู เพราะจะมีฝาครอบปิดอยู่


5. ผ้าคลัตช์
เนื่องจากค่าแรงการเปลี่ยนผ้าคลัตช์ จะรวมอยู่ในค่าแรงเปลี่ยนเครื่องอยู่แล้วครับ จึงแนะนำให้เปลี่ยนพร้อมกันไปเลยทีเดียว โดยเลือกเปลี่ยนผ้าคลัตช์เป็นของแท้จะดีที่สุด แต่ถ้าจะนำแผ่นครัตซ์เดิมทำการอัดแผ่นคลัตซ์ใหม่ก็ได้ครับ


6. หัวเทียน
หัวเทียนที่ผ่านการใช้งานมามากแล้ว เขี้ยวของหัวเทียนจะสึกหรอนะครับ ถ้าสึกหรอมากจะทำให้การจุดระเบิด ไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้เครื่องเดินไม่เรียบและสะดุด ถ้าไม่แน่ใจว่าสึกหรอหรือไม่ ก็ควรเปลี่ยนไปเลยครับ 


7. ไส้กรองเบนซิน
หากเครื่องยนต์เดินสะดุดไม่ราบเรียบ และหาสาเหตุไม่พบ ควรเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเลยครับ 


8. สายพานไดชาร์ท สายพานแอร์
ตรวจสอบดูว่า มีร่องรอยการแตกร้าวที่ร่องด้านในหรือไม่ ถ้ามี ก็ควรเปลี่ยนเลยนะครับ


9. ลูกปืนตลัตช์
เป็นส่วนที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเอง ต้องอาศัยการสังเกตุและประสบการณ์ ดังนั้นควรเปลี่ยนไปพร้อมๆกับการยกเกียร์เลยครับ


10. ไส้กรองอากาศ
แม้ว่าเมื่อเปิดหม้อกรองดูแล้ว สีของไส้กรองอากาศจะยังไม่ดำมาก ก็ควรจะเปลี่ยนใหม่นะครับ เพราะฝุ่นหรือเศษโลหะที่ติดมา สามารถสร้างความเสียหายแก่เครื่องยนต์ได้เช่นกันครับ



ขอขอบคุณเกร็ดความรู้ดีๆจาก : etoyotaclub

 

"ขับรถยนต์อย่างอุ่นใจให้ทิพยประกันภัยเป็นเพื่อนร่วมทางด้วยนะครับ"

 

เลือกซื้อ ประกันรถยนต์ ประกันรถยนต์ ชั้น1 จากทิพยประกันภัยง่ายๆ คลิกเลย!!

ประกันภัยรถยนต์ ออนไลน์

 

หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Facebook Fanpage ทิพยประกันภัย