จดทะเบียน ฝังไมโครชิปแล้ว ต้องทำประกันสัตว์เลี้ยงด้วยไหม ต่างกันยังไง

จำนวนผู้เข้าชม : 143
Tag:

จดทะเบียน ฝังไมโครชิปแล้ว ต้องทำประกันสัตว์เลี้ยงด้วยไหม ต่างกันยังไง

จดทะเบียน ฝังไมโครชิปแล้ว ต้องทำประกันสัตว์เลี้ยงด้วยไหม ต่างกันยังไง

พาไปฝังไมโครชิปแล้ว จดทะเบียนกับกรมปศุสัตว์เรียบร้อย งั้นก็คงไม่ต้องทำประกันอีกแล้วใช่ไหม?


ถ้าคุณกำลังคิดแบบนี้อยู่ ต้องบอกว่าเข้าใจผิดแบบเต็มๆ และความเข้าใจผิดนี้อาจทำให้คุณต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลหลักหมื่นถึงหลักแสนบาทแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะไมโครชิปกับประกันสัตว์เลี้ยงคือคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง TIPINSURE จะพาไปไขความลับที่เจ้าของหมาแมวทุกคน ต้องรู้ก่อนจะสายเกินไป

 

จดทะเบียน-ฝังไมโครชิป กับ ทำประกันสัตว์เลี้ยง คือคนละเรื่องกัน

สำหรับใครที่กำลังรีบหาคำตอบ ขอสรุปให้แบบเข้าใจง่ายที่สุดใน 3 บรรทัด

  • ฝังไมโครชิป/จดทะเบียนสัตว์เลี้ยง = การพิสูจน์ตัวตนและความเป็นเจ้าของ ใช้ตามหาตัวสัตว์เมื่อหาย และเป็นข้อบังคับตามกฎหมายในหลายพื้นที่
  • ประกันสัตว์เลี้ยง = ความคุ้มครองทางการเงิน ช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลเมื่อสัตว์เลี้ยงเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ
  • ทั้งสองอย่างไม่เกี่ยวข้องกันเลย และควรทำทั้งคู่ควบคู่กันเพื่อความอุ่นใจแบบครบวงจร

ถ้าอยากรู้รายละเอียดเชิงลึกว่าต่างกันตรงไหนบ้าง อ่านต่อด้านล่างได้เลย

 

ไมโครชิปสัตว์เลี้ยงคืออะไร ทำไมต้องฝัง

ไมโครชิป คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดจิ๋วเท่าเมล็ดข้าว ที่สัตวแพทย์จะฝังไว้ใต้ผิวหนังบริเวณต้นคอของสัตว์เลี้ยง โดยภายในชิปจะบันทึกหมายเลขประจำตัวเฉพาะ (Unique ID) ที่เชื่อมโยงกับข้อมูลเจ้าของในฐานข้อมูลกลาง

ประโยชน์ของการฝังไมโครชิป

  • ตามหาตัวได้ง่ายเมื่อสัตว์เลี้ยงหลงหาย สแกนชิปแล้วรู้ทันทีว่าเป็นของใคร
  • ยืนยันความเป็นเจ้าของถูกต้องตามกฎหมาย ป้องกันข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์
  • จำเป็นสำหรับการเดินทางข้ามประเทศ หลายประเทศบังคับให้สัตว์เลี้ยงต้องมีไมโครชิปก่อนนำเข้า
  • ในบางพื้นที่/บางประเทศเป็นข้อบังคับตามกฎหมาย เช่น การจดทะเบียนสุนัขในเขตเทศบาลบางแห่งของไทย

สิ่งที่ไมโครชิปทำไม่ได้

  • ไม่สามารถติดตามตำแหน่ง (ไม่ใช่ GPS)
  • ไม่ช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ
  • ไม่มีผลใดๆ ต่อค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของสัตว์เลี้ยง

พูดง่ายๆ คือ ไมโครชิปช่วยเรื่องตัวตน แต่ไม่ช่วยเรื่องกระเป๋าเงินของคุณเลยแม้แต่น้อย

 

ประกันสัตว์เลี้ยงคืออะไร ต่างจากไมโครชิปตรงไหน

ประกันสัตว์เลี้ยง คือ ผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของสัตว์เลี้ยง เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วยกะทันหันหรืออุบัติเหตุต่างๆ

ทำไมประกันสัตว์เลี้ยงถึงสำคัญ

ค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อีกต่อไป

  • ค่าผ่าตัดฉุกเฉินอาจสูงหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท
  • ค่ารักษาโรคเรื้อรัง เช่น โรคไต โรคหัวใจ ต้องรักษาต่อเนื่องระยะยาว
  • ค่าอุบัติเหตุ เช่น รถชน ตกจากที่สูง กระดูกหัก ล้วนเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว

ความคุ้มครองหลักที่ประกันสัตว์เลี้ยงมักครอบคลุม

  • ค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วย
  • ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ
  • ค่าผ่าตัด ค่ายา ค่าห้อง (ขึ้นอยู่กับแผนที่เลือก)
  • บางแผนอาจรวมค่าฉีดวัคซีนหรือตรวจสุขภาพประจำปี

ตารางเปรียบเทียบ : ไมโครชิป vs ประกันสัตว์เลี้ยง

หัวข้อ ฝังไมโครชิป/จดทะเบียน ประกันสัตว์เลี้ยง
วัตถุประสงค์ พิสูจน์ตัวตน/ความเป็นเจ้าของ คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล
ช่วยเรื่องการเงินไหม ไม่ช่วย ช่วยแบ่งเบาภาระโดยตรง
จำเป็นตามกฎหมายไหม จำเป็นในบางพื้นที่/การเดินทาง ไม่บังคับ แต่แนะนำอย่างยิ่ง
ใช้เมื่อไหร่ สัตว์เลี้ยงหาย/เดินทาง สัตว์เลี้ยงป่วย/เกิดอุบัติเหตุ
ค่าใช้จ่าย จ่ายครั้งเดียวตอนฝังชิป จ่ายเป็นเบี้ยประกันรายปี/งวด


จดทะเบียน + ฝังไมโครชิปแล้ว ยังต้องทำประกันสัตว์เลี้ยงไหม?

คำตอบคือ ต้องทำ เพราะสองสิ่งนี้ทำหน้าที่คนละแบบและไม่สามารถทดแทนกันได้

ไมโครชิปเปรียบเหมือน บัตรประชาชน ของสัตว์เลี้ยง ใช้ยืนยันตัวตนเวลาหาย ส่วนประกันสัตว์เลี้ยงเปรียบเหมือน ประกันสุขภาพ ที่ช่วยจ่ายเวลาป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ

  • คุณมีบัตรประชาชนแล้ว ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องมีประกันสุขภาพ
  • เช่นเดียวกัน สัตว์เลี้ยงมีไมโครชิปแล้ว ก็ยังต้องมีประกันสัตว์เลี้ยงอยู่ดี

หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น สุนัขวิ่งเล่นแล้วกระดูกขาหัก ไมโครชิปช่วยยืนยันว่าเป็นสุนัขของใคร แต่ ไม่ได้ช่วยจ่ายค่าผ่าตัดแม้แต่บาทเดียว สิ่งที่จะช่วยแบ่งเบาภาระตรงนั้นได้จริงคือประกันสัตว์เลี้ยงเท่านั้น

 

Actionable เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรทำอะไรบ้าง

เช็กลิสต์ง่ายๆ ที่ทำตามได้

  1. ฝังไมโครชิปและจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง ให้ถูกต้องตามกฎหมายในพื้นที่ที่อยู่
  2. เลือกทำประกันสัตว์เลี้ยง ที่คุ้มครองทั้งเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ ไม่ใช่แค่กรณีใดกรณีหนึ่ง
  3. เปรียบเทียบแผนประกัน ดูวงเงินคุ้มครอง เงื่อนไข และค่าเบี้ยที่เหมาะกับงบประมาณ
  4. ทำประกันตั้งแต่สัตว์เลี้ยงยังสุขภาพดี เพราะบางแผนอาจไม่คุ้มครองโรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน (Pre-existing condition)
  5. อย่ารอให้เกิดเหตุก่อนแล้วค่อยหาประกัน เพราะตอนนั้นอาจสายเกินไปแล้ว

 

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q: ฝังไมโครชิปแล้ว จำเป็นต้องทำประกันสัตว์เลี้ยงด้วยไหม? 

A: จำเป็น เพราะไมโครชิปใช้พิสูจน์ตัวตนเท่านั้น ไม่ได้ช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลเมื่อสัตว์เลี้ยงเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ

Q: ไมโครชิปกับประกันสัตว์เลี้ยง ต่างกันยังไง? 

A: ไมโครชิปคืออุปกรณ์ยืนยันตัวตน ส่วนประกันสัตว์เลี้ยงคือความคุ้มครองทางการเงินสำหรับค่ารักษาพยาบาล ทำหน้าที่คนละด้านกัน

Q: จดทะเบียนสัตว์เลี้ยงแล้ว ได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลไหม? 

A: ไม่ได้รับ การจดทะเบียนเป็นเพียงการยืนยันความเป็นเจ้าของตามกฎหมายเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ

Q: ควรทำประกันสัตว์เลี้ยงตอนไหนดีที่สุด? 

A: ควรทำตั้งแต่สัตว์เลี้ยงยังอายุน้อยและสุขภาพดี เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองครอบคลุมมากที่สุด และหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องโรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน

Q: ประกันสัตว์เลี้ยงคุ้มครองอะไรบ้าง? 

A: โดยทั่วไปครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ เช่น ค่าผ่าตัด ค่ายา และค่าห้อง ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละแผน

 

ตัวช่วยสุดคุ้มที่เข้าใจคนเลี้ยงสัตว์มากที่สุด

อ่านมาถึงตรงนี้คงเห็นแล้วว่าฝังไมโครชิปอย่างเดียวไม่พอ การมีประกันสัตว์เลี้ยงดีๆ คือสิ่งที่ช่วยให้คุณอุ่นใจได้จริงเวลาเกิดเหตุไม่คาดฝัน

แนะนำ TIP PET BUDDY ประกันภัยสัตว์เลี้ยงที่เข้าใจคนเลี้ยงมากที่สุด จ่ายครึ่งเดียว แต่ความอุ่นใจเต็มร้อย!

  • คุ้มครองครอบคลุมทั้งค่ารักษาพยาบาลจากเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ
  • เหมาะกับเจ้าของหมาแมวที่อยากได้ความคุ้มครองแบบไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายคนเดียว
  • แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายแบบแฟร์ๆ เจ้าของจ่าย 50% และ TIP PET BUDDY ช่วยจ่ายอีก 50%

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ TIPINSURE.COM หรือโทร. 1736

 

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด 
*ผู้ซื้อควรศึกษารายละเอียดเงื่อนไขและความคุ้มครองก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง