เช็คด่วน! 14 ยี่ห้อรถยนต์ ควรนำเปลี่ยนถุงลมนิรภัย
จำนวนผู้เข้าชม : 25
เช็คด่วน! 14 ยี่ห้อรถยนต์ ควรนำเปลี่ยนถุงลมนิรภัย

หากคุณขับรถไปทำงานตามปกติเหมือนทุกวัน โดยที่หน้าอกของคุณห่างจากพวงมาลัยไม่ถึงฟุต และข้างในนั้นมีอุปกรณ์ที่ควรจะช่วยชีวิตคุณในยามฉับพลัน แต่ใครจะเชื่อว่าอุปกรณ์ชิ้นเดียวกันนี้ กลับกลายเป็นภัยเงียบที่น่ากลัวที่สุดในประวัติศาสตร์ยานยนต์
เรากำลังพูดถึง ถุงลม Takata ชื่อที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความปลอดภัย แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นฝันร้ายที่เรียกคืนรถยนต์ถล่มทลายหลายสิบล้านคันทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยด้วย
ทำไมถุงลมที่ดูเหมือนหมอนนุ่มๆ ถึงเปลี่ยนร่างเป็นเครื่องยิงเศษโลหะที่รุนแรงพอๆ กับระเบิดขนาดย่อม? และทำไมรถรุ่นเก่าที่คุณ (หรือคนในครอบครัว) ใช้อยู่ ถึงอาจจะเป็นหนึ่งในรายชื่ออันตรายที่ยังไม่ได้แก้ไข
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของวิศวกรรมที่ผิดพลาด แต่มันคือเรื่องของความชื้น อุณหภูมิ และเวลาที่กัดเซาะความปลอดภัยให้กลายเป็นความเสี่ยงถึงชีวิต
มาเช็กให้ชัวร์ว่ารถที่คุณขับปลอดภัยจริงหรือไม่
ทำไมถุงลมถึงระเบิดเองได้? ความลับที่ Takata ซ่อนไว้
ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพ ปกติถุงลมนิรภัยจะทำงานด้วยการระเบิดแบบควบคุมเพื่อให้ถุงลมพองตัวออกมารับร่างของเราได้ทันท่วงที (ในเสี้ยววินาที) ซึ่งหัวใจสำคัญของมันคือ สารเคมีที่ใช้สร้างก๊าซ
ปัญหาของ Takata คือพวกเขาเลือกใช้สารที่ชื่อว่า Ammonium Nitrate ซึ่งมีราคาถูกและประสิทธิภาพดีในตอนแรก แต่มีจุดอ่อนร้ายแรงคือมันไม่ถูกกับความชื้นและอากาศร้อน
ความร้อน + ความชื้น + เวลา
ลองคิดดูว่าเมืองไทยเป็นประเทศร้อนชื้น เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี สารเคมีตัวนี้ที่อยู่ในรถคุณจะเริ่มเสื่อมสภาพและเปลี่ยนโครงสร้าง จากเดิมที่ควรจะระเบิดแบบนุ่มนวล มันกลับกลายเป็นมีความรุนแรงมหาศาลเกินกว่าที่ตัวโครงสร้างโลหะของชุดถุงลมจะรับไหว
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ
เมื่อเกิดอุบัติเหตุ (หรือบางครั้งแค่กระแทกเบาๆ) ถุงลมทำงานตามปกติ แต่แทนที่จะมีแค่ลมพองออกมา แรงระเบิดที่รุนแรงเกินไปกลับทำให้เสื้อสูบโลหะ (Inflator) แตกกระจาย เศษโลหะแหลมคมจะพุ่งทะลุถุงลมออกมาใส่คนขับด้วยความเร็วสูง ไม่ต่างจากสะเก็ดระเบิดดีๆ นี่เอง
ไม่ใช่แค่โชคร้ายแต่คือสถิติที่น่ากลัว
สิ่งที่ทำให้ถุงลม Takata กลายเป็นภัยเงียบที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่แค่เพราะมันระเบิดได้ แต่มันคือการที่มันซุ่มเงียบอยู่ในรถแบรนด์ดังแทบทุกยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็นรถญี่ปุ่น รถยุโรป หรือรถอเมริกัน ตั้งแต่รถบ้านไปจนถึงรถหรู หลายคนขับรถคันเดิมมาเป็นสิบปีโดยไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองกำลังนั่งทับระเบิดเวลาอยู่
แล้วรถที่คุณขับอยู่ล่ะ อยู่ในกลุ่มเสี่ยงไหม?
อย่าปล่อยให้สายเกินไป! วิธีเช็กรถเข้าข่ายต้องเปลี่ยนถุงลมหรือไม่
มาถึงตรงนี้หลายคนคงเริ่มคิดแล้วใช่ไหม คำถามสำคัญคือ แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่ารถเราเสี่ยง? คุณสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ และที่สำคัญคือ ฟรีทุกขั้นตอน
1. เช็กผ่านเว็บไซต์เช็กถุงลมนิรภัย
สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้จัดทำเว็บไซต์กลางขึ้นมาเพื่อให้คนไทยเช็กได้โดยเฉพาะ คุณเพียงแค่ต้องเตรียม หมายเลขตัวถังรถ (VIN) 17 หลัก (หาดูได้จากเล่มทะเบียนรถ หรือป้ายแถวๆ ขอบประตู/กระจกหน้า)
- เข้าไปที่เว็บไซต์ www.checkairbag.com
- กรอกหมายเลขตัวถังลงไป ระบบจะบอกทันทีว่ารถคันนี้ได้รับสิทธิ์เปลี่ยนถุงลมฟรีหรือไม่
2. สังเกตยี่ห้อรถที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง
ในประเทศไทย มีแบรนด์รถยนต์ยอดนิยมหลายค่ายที่ใช้ถุงลม Takata ในช่วงปี 2000 - 2018 (โดยเฉพาะรถที่ผลิตก่อนปี 2015) และบริษัทรถยนต์กว่า 14 ยี่ห้อ ได้ร่วมกันดำเนินโครงการเรียกคืนรถยนต์ (Recall) เข้ารับการตรวจสอบและแก้ไขถุงลมนิรภัยเพื่อป้องกันอันตรายร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น โดยปัจจุบันยังคงมีรถยนต์อีกกว่า 5 แสนคัน ที่ยังไม่ได้นำรถเข้ารับการตรวจสอบและแก้ไขถุงลมนิรภัย รายชื่อยี่ห้อหลักๆ ได้แก่
- Honda / Toyota / Nissan / Mitsubishi / Mazda
- Ford / Chevrolet / BMW / Mercedes-Benz
- Subaru / Lexus / Audi
- Jaguar XE / Land Rover
(หมายเหตุ: ไม่ได้เป็นทุกรุ่นต้องเช็กเป็นรายคันไป)
3. ติดต่อศูนย์บริการใกล้บ้าน
หากคุณไม่สะดวกเช็กออนไลน์ สามารถโทรสายด่วน (Call Center) ของยี่ห้อรถที่คุณใช้อยู่ หรือขับเข้าไปที่ศูนย์บริการ แจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามาตรวจสอบเรื่องการเรียกคืนถุงลม Takata
เปลี่ยนฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย (แถมใช้เวลาไม่นาน)
หลายคนกังวลเรื่องค่าซ่อม หรือกลัวว่าจะต้องจอดรถทิ้งไว้หลายวัน ขอบอกเลยว่า ฟรี 100% ทั้งค่าอะไหล่และค่าแรง เพราะเป็นความรับผิดชอบของผู้ผลิต ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับคิวของศูนย์บริการ) การเสียเวลาแค่ไม่กี่นาที แลกกับความปลอดภัยของชีวิตคุณและคนข้างๆ มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
ภัยเงียบจากถุงลม Takata ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดถ้าคุณรู้ตัวและรีบแก้ไข อย่าปล่อยให้ความไว้วางใจในรถคันเก่ง กลายเป็นความประมาทที่เรียกคืนไม่ได้ หากคุณพบว่ารถของตัวเองหรือคนใกล้ชิดเข้าข่าย อย่ารอช้า! นัดหมายเข้าศูนย์บริการ เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณและคนที่คุณรักกลับมาปลอดภัย 100% อีกครั้ง
แต่ถึงแม้ว่าคุณจะจัดการเปลี่ยนถุงลมใหม่ให้ปลอดภัยแล้ว แต่เรื่องของอุบัติเหตุบนท้องถนนก็ยังเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อแบบไม่ทันตั้งตัว การมีถุงลมที่ดีช่วยลดอาการบาดเจ็บ แต่การมีประกันรถยนต์ที่คุ้มครองอย่างครอบคลุม จะช่วยลดภาระและมอบความอุ่นใจให้กับคุณและครอบครัวได้อย่างดีที่สุด
ดูแลทุกการเดินทางให้มั่นใจยิ่งขึ้น กับทิพยประกันภัย พร้อมเคียงข้างคุณด้วยแผนประกันรถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ คุ้มครองครอบคลุม อุ่นใจด้วยทีมงานมืออาชีพและศูนย์ซ่อมมาตรฐานที่ไว้วางใจ
อย่าปล่อยให้ความกังวลใจติดตามคุณไปทุกที่ มาเพิ่มเกราะคุ้มกันให้รถคันโปรดของคุณด้วย ทิพยประกันภัย เช็กเบี้ยประกันได้ที่ TIPINSURE.COM หรือโทร. 1736