Open Insurance คืออะไร? ประวัติขับรถของคุณกำลังกลายเป็นเครดิตสกอร์

จำนวนผู้เข้าชม : 13
Tag:

Open Insurance คืออะไร? ประวัติขับรถของคุณกำลังกลายเป็นเครดิตสกอร์ 

Open Insurance คืออะไร? ประวัติขับรถของคุณกำลังกลายเป็นเครดิตสกอร์

คุณรู้ไหมว่า... ทุกครั้งที่คุณเหยียบคันเร่ง เบรกกะทันหัน หรือเลี้ยวโค้ง ข้อมูลเหล่านี้กำลังจะกลายเป็นเงินสดในกระเป๋าคุณ?

เชื่อว่าหลายคนคงเคยหงุดหงิด เวลาที่ต้องจ่ายค่าประกันภัยรถยนต์ราคาแพงเท่ากับคนอื่น ทั้งๆ ที่เราขับรถดีมาตลอดทั้งปี ไม่เคยเฉี่ยวชน ไม่เคยเคลมเลยสักครั้ง ทำไมต้องแบกรับความเสี่ยงแทนคนที่ขับรถหวาดเสียวด้วย

นี่คือเหตุผลที่เทรนด์ Open Insurance กำลังเข้ามาปฏิวัติวงการประกันภัยทั่วโลก และมันกำลังจะเปลี่ยนพฤติกรรมการขับรถของคุณให้กลายเป็น Driving Score เครดิตสกอร์ รูปแบบใหม่ที่ช่วยลดค่าเบี้ยประกันได้! เรื่องนี้คืออะไร และส่งผลกับคุณอย่างไร? มาเจาะลึกความลับนี้กัน

 

ทำความเข้าใจ Open Insurance คืออะไรกันแน่?

หากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด Open Insurance คือ การเปิดเผยและเชื่อมต่อข้อมูลประกันภัยระหว่างบริษัทประกันกับแพลตฟอร์มหรือพันธมิตรอื่นๆ ผ่านเทคโนโลยี API (Application Programming Interface) ภายใต้การยินยอมของผู้บริโภค

ลองนึกภาพตาม อดีตข้อมูลประกันภัยของคุณจะถูกเก็บเงียบอยู่ในกล่องดำของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่พอมี Open Insurance ข้อมูลเหล่านั้นจะสามารถแชร์ไปยังแอปพลิเคชันอื่นๆ ได้ ทำให้เกิดการแข่งขันและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ เฉพาะเจาะจง และ ยุติธรรม กับผู้ใช้งานมากขึ้น

สรุปนิยามสั้นๆ : Open Insurance คือ ระบบประกันภัยแบบเปิดที่อนุญาตให้มีการแชร์ข้อมูลการใช้งานและพฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อนำมาคำนวณเบี้ยประกันที่เหมาะสมกับบุคคลนั้นๆ มากที่สุด

 

Open Insurance vs ประกันภัยแบบเดิม ต่างกันอย่างไร?

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองเปรียบเทียบทั้งสองระบบแบบตรงๆ 

หัวข้อ ประกันภัยแบบเดิม Open Insurance
การคำนวณเบี้ยประกัน อายุ, เพศ, ยี่ห้อรถ, ปีรถ พฤติกรรมขับขี่จริงของคุณ
การเปลี่ยนบริษัทประกัน สูญเสียประวัติและสิทธิ์ทั้งหมด โอน Driving Score ข้ามบริษัทได้
ความโปร่งใสของข้อมูล ต่ำ — ผู้เอาประกัน ไม่รู้ว่าถูกคำนวณอย่างไร สูง — ผู้เอาประกัน เห็นและควบคุมข้อมูลตัวเอง
แรงจูงใจขับรถดี แทบไม่มี ได้ส่วนลดหรือเงินคืน
ความยืดหยุ่นของผลิตภัณฑ์ แพ็กเกจมาตรฐานเหมือนกันทุกคน ปรับแบบเฉพาะบุคคล (Personalized)


จากพฤติกรรมบนท้องถนน สู่เครดิตสกอร์ขับรถ เทรนด์ใหม่ที่ต้องรู้

จุดเปลี่ยนสำคัญของ Open Insurance ในภาคประกันภัยรถยนต์ คือการก้าวเข้าสู่ยุคของ UBI (Usage-Based Insurance) หรือ ประกันภัยรถยนต์ตามพฤติกรรม ซึ่งสิ่งนี้เองที่ทำให้ประวัติการขับรถของคุณกลายเป็นเครดิตสกอร์

บริษัทประกันจะเก็บข้อมูลการขับขี่ของคุณผ่านทาง

  • กล่อง Telematics ที่ติดตั้งในรถยนต์
  • แอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน
  • ระบบ Connected Car ที่ติดมากับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ

ข้อมูลอะไรบ้างที่ถูกนำมาคิดเป็นคะแนน?

AI และระบบหลังบ้านของประกันจะนำพฤติกรรมเหล่านี้มาคำนวณเป็นคะแนนความประพฤติในการขับขี่ (Driving Score) ของคุณ

  • ความเร็วในการขับขี่: คุณขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดบ่อยแค่ไหน
  • ความนุ่มนวล: มีพฤติกรรมเบรกกะทันหัน ออกตัวล้อฟรี หรือหักเลี้ยวกะทันหันหรือไม่
  • ช่วงเวลาที่ใช้งาน: ขับรถตอนกลางคืนบ่อยไหม? (เพราะสถิติชี้ว่าการขับรถช่วงเที่ยงคืนถึงตีสี่มีความเสี่ยงอุบัติเหตุสูงกว่า)
  • ระยะทาง: ขับรถทางไกลเป็นประจำ หรือแค่ขับไปซื้อของหน้าปากซอย

หากคุณมี Driving Score ที่สูง (ขับรถดี ปลอดภัย ไม่ซิ่ง) คะแนนนี้จะทำหน้าที่เหมือนเครดิตบูโรชั้นดี ที่ทำให้บริษัทประกันแย่งกันเสนอ วิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์ ให้กับคุณแบบที่คุณปฏิเสธไม่ลงเลยทีเดียว


ประโยชน์ของ Open Insurance ที่คนขับรถดีห้ามพลาด!

การมาถึงของ Open Insurance ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยีล้ำๆ แต่เป็นเรื่องของผลประโยชน์ที่คุณจะได้รับเต็มๆ 3 ข้อหลัก

  1. จ่ายเบี้ยประกันตามจริง (Pay How You Drive) : ใครขับดีจ่ายถูก ใครขับเสี่ยงจ่ายแพง ยุติธรรมตรงไปตรงมา ไม่ต้องแชร์ค่าความเสี่ยงให้คนอื่น
  2. เปลี่ยนเจ้าเสียง่ายแต่ได้สิทธิประโยชน์คงเดิม : ด้วยระบบ Open ข้อมูลคะแนนขับรถดีของคุณสามารถโอนย้ายข้ามบริษัทได้ สมมติคุณอยากเปลี่ยนค่ายประกัน คุณก็แค่แชร์เครดิตสกอร์เดิมให้เจ้าใหม่ ดูซิว่าใครจะให้ข้อเสนอที่เร้าใจกว่ากัน
  3. กระตุ้นให้เกิดความปลอดภัยบนท้องถนน : เมื่อรู้ว่า ขับดีได้เงินคืน ขับซิ่งจ่ายเพิ่ม พฤติกรรมการขับรถของคนในสังคมจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นโดยอัตโนมัติ

 

FAQ ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับ Open Insurance

Q: Open Insurance ปลอดภัยไหม ข้อมูลส่วนตัวจะรั่วไหลหรือเปล่า?

A: การแชร์ข้อมูลภายใต้คอนเซปต์ Open Insurance จะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (พ.ร.บ. PDPA พ.ศ. 2562 ในประเทศไทย) อย่างเคร่งครัด ข้อมูลจะถูกส่งต่อได้ก็ต่อเมื่อ คุณกดยินยอม เท่านั้น และระบบเชื่อมต่อ (API) มีมาตรฐานความปลอดภัยเทียบเท่าระบบธนาคาร อย่างไรก็ตาม ควรอ่านเงื่อนไขการใช้งานของแต่ละผลิตภัณฑ์ให้ครบก่อนยินยอมเสมอ

Q: ถ้ามีวันหนึ่งที่ฉันเผลอเบรกกะทันหัน คะแนนจะตกจนเบี้ยประกันพุ่งเลยไหม?

A: ไม่ ระบบจะคำนวณจากภาพรวมพฤติกรรมในระยะยาว (เช่น รายเดือน หรือราย 3 เดือน) การเบรกกะทันหันเพื่อเลี่ยงสุนัขวิ่งตัดหน้าเพียงครั้งสองครั้ง ไม่ได้ทำให้เครดิตสกอร์ของคุณพังทลายแน่นอน

Q: ใครบ้างที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากระบบนี้?

A: กลุ่มคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือ คนขับรถน้อย (เช่น พนักงาน Work from Home), คนขับรถสุภาพ และ กลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่เพิ่งซื้อรถและมักโดนกำแพงเรื่องอายุทำให้ค่าเบี้ยประกันแพง แต่ระบบนี้จะมองที่พฤติกรรมจริงแทนอายุ

Q: ตอนนี้ในไทยมีใครทำ Open Insurance บ้างแล้ว?

A: ในประเทศไทยเริ่มเห็นความเคลื่อนไหวชัดเจนขึ้น โดย คปภ. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย) อยู่ระหว่างผลักดัน Open Insurance Framework และมีผลิตภัณฑ์ประกันภัยในรูปแบบ UBI เริ่มปรากฏในตลาด เช่น ประกันแบบเปิด-ปิด (Pay-Per-Use) และประกันที่วัดระยะทางจริง ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวมากขึ้นในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

 

Open Insurance ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่มันคืออนาคตของยุค InsurTech ที่กำลังเกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน ในต่างประเทศเริ่มใช้กันอย่างแพร่หลายแล้ว ส่วนในไทยก็เริ่มขยับตัวอย่างชัดเจน ลองสังเกตพฤติกรรมการขับรถของตัวเอง และหาประกันรถยนต์ที่ตอบโจทย์ให้คุณขับได้มั่นใจในทุกเส้นทาง  

ทิพยประกันภัย แผนประกันรถยนต์คุ้มครองตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ อุ่นใจ 24 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ TIPINSURE.COM หรือโทร. 1736



*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด 
*ผู้ซื้อควรศึกษารายละเอียดเงื่อนไขและความคุ้มครองก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง