ซ่อมเองจ่ายเอง vs เคลมประกัน แบบไหนคุ้มกว่าสำหรับความเสียหายเล็กน้อย
จำนวนผู้เข้าชม : 12
ซ่อมเองจ่ายเอง vs เคลมประกัน แบบไหนคุ้มกว่าสำหรับความเสียหายเล็กน้อย

รถมีรอยขีดข่วนนิดหน่อย กันชนบุบ หรือไฟท้ายร้าวจากการถอยชนเสาเบาๆ ความเสียหายแบบนี้หลายคนอาจจะรีบคว้าโทรศัพท์โทรแจ้งเคลมทันที เพราะคิดว่า มีประกันแล้วนี่ ไม่ต้องเสียเงินเอง แต่รู้ไหมว่าบางครั้งการเคลมประกันสำหรับความเสียหายเล็กๆ น้อยๆ อาจทำให้คุณเสียเงินมากกว่าจ่ายเองซะอีก
TIPINSURE พามาดูกันแบบละเอียดว่า ความเสียหายเล็กน้อยแบบไหนควรจ่ายเอง แบบไหนควรเคลม จะได้ตัดสินใจถูกทุกครั้งที่เจอสถานการณ์แบบนี้
เคลมประกัน กับ จ่ายเอง ต่างกันตรงไหน
ก่อนจะไปถึงเรื่องความคุ้มค่า มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าทั้งสองแบบทำงานยังไง
- เคลมประกัน คือการแจ้งบริษัทประกันให้เข้ามารับผิดชอบค่าซ่อม โดยแบ่งเป็นเคลมสด (แจ้ง ณ จุดเกิดเหตุ มีเจ้าหน้าที่มาดูที่เกิดเหตุ) และเคลมแห้ง (แจ้งย้อนหลังในกรณีรอยเล็กน้อยไม่มีคู่กรณี ซึ่งทำได้เฉพาะประกันชั้น 1 เท่านั้น)
- จ่ายเอง คือการนำรถเข้าอู่หรือศูนย์แล้วออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด โดยไม่แจ้งบริษัทประกัน
ฟังดูเหมือนเคลมจะดีกว่าเสมอเพราะไม่ต้องเสียเงินตอนซ่อม แต่ความจริงแล้วการเคลมมีต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็น นั่นคือ ประวัติการเคลม ซึ่งส่งผลต่อเบี้ยประกันปีถัดไปโดยตรง
ทำไมความเสียหายเล็กน้อยเคลมแล้วอาจไม่คุ้มอย่างที่คิด
เสียส่วนลดประวัติดี (NCB) ที่อัปเดตใหม่ตั้งแต่ปี 2569
ต้องรู้ไว้ก่อนเลยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นมา สำนักงาน คปภ. ได้ปรับระบบส่วนลดประวัติดีของประกันรถยนต์เครื่องสันดาป (รถน้ำมัน) ให้เป็นแบบระบุชื่อผู้ขับขี่ และคำนวณส่วนลดตามพฤติกรรมการขับขี่จริงเป็น 5 ระดับ ดังนี้
- ระดับ 1: ไม่มีส่วนลด หากมีอุบัติเหตุโดยเป็นฝ่ายผิด
- ระดับ 2: ไม่มีอุบัติเหตุ 12 เดือน รับส่วนลด 10%
- ระดับ 3: ไม่มีอุบัติเหตุ 24 เดือน รับส่วนลด 20%
- ระดับ 4: ไม่มีอุบัติเหตุ 36 เดือน รับส่วนลด 30%
- ระดับ 5: ไม่มีอุบัติเหตุ 48 เดือนขึ้นไป รับส่วนลดสูงสุด 40%
จุดสำคัญคือ ส่วนลดนี้ติดตัวคนขับไม่ใช่ติดกับกรมธรรม์หรือรถคันเดิมอีกต่อไป ต่อให้เปลี่ยนรถหรือเปลี่ยนบริษัทประกัน ประวัติการขับขี่ก็ยังตามไปด้วย ซึ่งหมายความว่าถ้าคุณเคลมแม้เพียงครั้งเดียวจากความผิดของตัวเอง ระดับส่วนลดจะถูกรีเซ็ตกลับไปเริ่มนับใหม่ ทำให้เบี้ยปีถัดไปแพงขึ้นทันที และกว่าจะไต่กลับไปถึงระดับส่วนลดเดิมก็ต้องใช้เวลาหลายปี
พูดง่ายๆ คือ ค่าซ่อมกันชนบุบเล็กน้อยอาจแค่ไม่กี่พันบาท แต่ถ้าเคลมแล้วเสียส่วนลด 10-40% ของเบี้ยประกันไปหลายปีติดต่อกัน สุดท้ายอาจจ่ายแพงกว่าค่าซ่อมจริงหลายเท่า
ค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ที่ต้องจ่ายเองอยู่ดี
ประกันรถยนต์บางกรมธรรม์กำหนดให้ผู้เอาประกันต้องจ่าย ค่าเสียหายส่วนแรก หรือ Excess เองก่อนในทุกครั้งที่เคลม โดยเฉพาะกรณีที่เป็นฝ่ายผิดหรือไม่มีคู่กรณี ตัวเลขนี้มักอยู่ที่หลักพันถึงหลักหมื่นบาทแล้วแต่เงื่อนไขกรมธรรม์ ถ้าความเสียหายจริงมีมูลค่าใกล้เคียงหรือต่ำกว่าค่าเสียหายส่วนแรกที่ต้องจ่าย ก็แทบไม่ต่างจากจ่ายเองเต็มจำนวนอยู่ดี แถมยังเสียประวัติเคลมไปฟรีๆ อีกต่างหาก
กรณีไหนที่จ่ายเองคุ้มกว่าเคลม
- ความเสียหายมูลค่าไม่สูง เช่น รอยขีดข่วน สีลอก กันชนบุบเล็กน้อย ที่ค่าซ่อมต่ำกว่าหรือใกล้เคียงกับค่าเสียหายส่วนแรกที่ต้องจ่าย
- เป็นความเสียหายที่เกิดจากความผิดของตัวเอง เช่น ถอยชนเสา จอดเสยขอบทาง ซึ่งจะกระทบระดับส่วนลดประวัติดีโดยตรง
- คุณอยู่ในช่วงใกล้ครบรอบต่ออายุกรมธรรม์ และมีประวัติดีต่อเนื่องมานาน การเคลมตอนนี้เท่ากับทำลายสถิติที่สะสมมา
- อยากได้คุณภาพงานซ่อมที่เลือกอู่เองได้ ไม่ต้องรอคิวหรือใช้อะไหล่ตามเงื่อนไขบริษัทประกัน
กรณีไหนที่เคลมประกันคุ้มกว่าจ่ายเอง
- ความเสียหายมีมูลค่าสูงกว่าค่าเสียหายส่วนแรกมาก เช่น เกินหลักหมื่นบาทขึ้นไป
- มีคู่กรณีและเป็นฝ่ายถูก เพราะกรณีนี้มักไม่กระทบส่วนลดประวัติดี และบางบริษัทยังคงให้ส่วนลดต่อเนื่องหากมีหลักฐานชัดเจน เช่น ภาพจากกล้องติดรถ
- ความเสียหายเกี่ยวข้องกับระบบความปลอดภัยของรถ เช่น เบรก ถุงลมนิรภัย โครงสร้างตัวถัง ซึ่งควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบผ่านกระบวนการเคลมอย่างเป็นระบบ
- มีผู้บาดเจ็บหรือทรัพย์สินบุคคลอื่นเสียหายร่วมด้วย กรณีนี้ต้องแจ้งเคลมเสมอ ไม่ควรตกลงจ่ายเองกับคู่กรณีนอกระบบ
วิธีคำนวณง่ายๆ ก่อนตัดสินใจ
ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรแจ้งเคลม ลองเช็คตามขั้นตอนนี้
- ประเมินค่าซ่อมคร่าวๆ จากอู่หรือศูนย์ใกล้บ้าน
- เช็คเงื่อนไขค่าเสียหายส่วนแรกในกรมธรรม์ของตัวเอง
- เปรียบเทียบว่าค่าซ่อมสูงกว่าค่าเสียหายส่วนแรกมากน้อยแค่ไหน
- คำนวณผลกระทบต่อเบี้ยปีถัดไป หากระดับส่วนลดประวัติดีถูกปรับลดลง
- ถ้าค่าซ่อม + ผลกระทบระยะยาวยังต่ำกว่าสิ่งที่ต้องจ่ายรวมทั้งหมด ให้เลือกจ่ายเอง แต่ถ้าค่าซ่อมสูงเกินตัว ให้เคลมโดยไม่ต้องลังเล
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: รอยขีดข่วนเล็กๆ ควรเคลมไหม
A: ถ้าค่าซ่อมไม่สูงและใกล้เคียงกับค่าเสียหายส่วนแรกที่ต้องจ่ายเอง แนะนำให้จ่ายเองจะคุ้มกว่า เพราะไม่กระทบประวัติการขับขี่
Q: เคลมประกันแล้วเบี้ยปีหน้าแพงขึ้นแค่ไหน
A: ขึ้นอยู่กับระดับส่วนลดประวัติดีที่เสียไป ตั้งแต่ 10-40% ของเบี้ยเดิม แล้วแต่ว่าก่อนหน้านี้สะสมประวัติดีมานานแค่ไหน
Q: ถ้าเราไม่ผิด แต่เคลมประกัน จะเสียประวัติไหม
A: โดยทั่วไปหากมีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นฝ่ายถูก ส่วนลดประวัติดีมักไม่ถูกตัด แต่ควรสอบถามเงื่อนไขกับบริษัทประกันของตัวเองให้แน่ใจอีกครั้ง
Q: แจ้งเคลมไปแล้วแต่ยังไม่ซ่อม จะถือว่าเคลมหรือยัง
A: ส่วนใหญ่บริษัทประกันจะนับว่าเป็นการเคลมทันทีที่มีการแจ้งและออกเอกสารเคลม แม้จะยังไม่ได้นำรถเข้าซ่อมจริง
Q: ค่าเสียหายส่วนแรกคืออะไร ทำไมต้องจ่ายเองอยู่ดี
A: คือส่วนที่ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบเองตามเงื่อนไขกรมธรรม์ก่อนที่บริษัทประกันจะจ่ายส่วนที่เหลือ มักกำหนดไว้เพื่อลดการเคลมจุกจิกจากความเสียหายเล็กน้อย และเมื่อผู้เอาประกันยอมรับความเสี่ยงส่วนนี้ไว้เอง บริษัทประกันก็จะคิดค่าเบี้ยประกันถูกลงให้ด้วย
Q: ประกันชั้น 1 กับชั้น 2+ 3+ ต่างกันยังไงตอนเคลมความเสียหายเล็กน้อย
A: ประกันชั้น 1 เคลมได้ทั้งกรณีมีและไม่มีคู่กรณี ส่วนชั้น 2+ และ 3+ ต้องมีคู่กรณีเป็นรถเท่านั้นจึงจะเคลมได้
Q: เปลี่ยนบริษัทประกันแล้วประวัติดียังติดตัวไหม
A: ตามระบบใหม่ที่ปรับใช้ทั่วประเทศตั้งแต่ต้นปี 2569 ส่วนลดตามพฤติกรรมการขับขี่จะติดตัวผู้ขับขี่ ไม่ใช่ติดกับกรมธรรม์เดิม จึงสามารถขอให้บริษัทใหม่ตรวจสอบและใช้สิทธิ์ต่อได้
สรุปแบบสามารถนำไปใช้ได้
- ความเสียหายเล็กน้อยที่ค่าซ่อมต่ำ ใกล้เคียงค่าเสียหายส่วนแรก จ่ายเองคุ้มกว่าแทบทุกครั้ง
- ความเสียหายที่มีมูลค่าสูงหรือกระทบความปลอดภัยของรถ ควรเคลมโดยไม่ลังเล
- เช็กเงื่อนไขค่าเสียหายส่วนแรกและระดับส่วนลดประวัติดีของตัวเองไว้ล่วงหน้า จะได้ตัดสินใจได้เร็วเวลาเกิดเหตุจริง
- อย่าลืมว่าตั้งแต่ปี 2569 ส่วนลดประวัติดีคำนวณจากพฤติกรรมผู้ขับขี่โดยตรง เคลมหนึ่งครั้งอาจกระทบเบี้ยยาวไปหลายปี
ถ้าใครยังไม่มั่นใจว่าประกันที่ใช้อยู่ตอนนี้ให้ความคุ้มครองและเงื่อนไขค่าเสียหายส่วนแรกเป็นธรรมแค่ไหน ลองเปรียบเทียบดูใหม่ก็ไม่เสียหาย
หรือหากกำลังมองหาประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ให้ความคุ้มครองครบ เงื่อนไขชัดเจนไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุเล็กหรือใหญ่ ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุม เลือกประกันรถยนต์ชั้น 1 จาก ทิพยประกันภัย ได้ที่ TIPINSURE.COM หรือโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ 1736
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*ผู้ซื้อควรศึกษารายละเอียดเงื่อนไขและความคุ้มครองก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง