อาชีพของคุณมีผลกับเบี้ยประกันรถยนต์จริงไหม?
จำนวนผู้เข้าชม : 11
อาชีพของคุณมีผลกับเบี้ยประกันรถยนต์จริงไหม?

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมคุณกับเพื่อนที่ขับรถยนต์รุ่นเดียวกัน ปีเดียวกัน แถมยังซื้อประกันจากบริษัทเดียวกัน แต่พอดูบิลค่า เบี้ยประกันรถยนต์ ราคากลับไม่เท่ากัน?
หรือเป็นเพราะประวัติการขับขี่ อายุ หรือเพศ แต่อีกหนึ่งความลับที่หลายคนคาดไม่ถึง และบริษัทประกันมักจะใช้เป็นเกณฑ์ชี้วัดก็คือ อาชีพของคุณ นั่นเอง
TIPINSURE จะมาเจาะลึก ตามหลักการประเมินความเสี่ยงว่า อาชีพกับประกันรถยนต์ มันเกี่ยวข้องกันอย่างไร? อาชีพไหนได้ส่วนลด อาชีพไหนต้องจ่ายแพงกว่า และจะมีวิธีไหนบ้างที่ช่วยให้คุณประหยัดค่าประกันในกระเป๋าได้มากที่สุด
ทำไมบริษัทประกันต้องถามเรื่อง อาชีพตอนสมัคร?
เวลาที่คุณขอใบเสนอราคา ประกันภัยรถยนต์ สิ่งหนึ่งในแบบฟอร์มที่ต้องกรอกคือ อาชีพ/ตำแหน่งงาน เหตุผลไม่ใช่เพราะบริษัทประกันอยากรู้เรื่องส่วนตัวของคุณ แต่ตามหลักสถิติวินาศภัยแล้ว อาชีพคือตัวสะท้อนพฤติกรรมการใช้รถและความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุที่ค่อนข้างแม่นยำ
บริษัทประกันจะใช้ข้อมูลอาชีพมาคำนวณร่วมกับปัจจัยเบี้ยประกันอื่นๆ โดยแบ่งกลุ่มอาชีพตามระดับความเสี่ยง (Risk Profile) ยิ่งอาชีพไหนมีแนวโน้มที่จะเกิดอุบัติเหตุสูง เบี้ยประกันก็มีแนวโน้มขยับสูงขึ้นตามไปด้วย ในทางกลับกัน หากอาชีพของคุณมีความเสี่ยงต่ำ คุณก็มีโอกาสได้รับเบี้ยประกันที่ถูกลง
ข้อควรทราบ : การแบ่งกลุ่มอาชีพตามความเสี่ยงเป็นแนวทางทั่วไปที่บริษัทประกันภัยส่วนใหญ่ในตลาดใช้ประเมิน ไม่ได้มีกฎหมายหรือประกาศจาก คปภ. บังคับให้ทุกบริษัทใช้เกณฑ์เดียวกันแบบตายตัว แต่ละบริษัทอาจมีตารางประเมินความเสี่ยงและส่วนลด/ส่วนเพิ่มที่แตกต่างกันไป
จัดกลุ่มอาชีพกับประกันรถยนต์ อาชีพของคุณอยู่กลุ่มไหน?
ตารางเปรียบเทียบระดับความเสี่ยงตามอาชีพ
| ระดับความเสี่ยง | กลุ่มอาชีพตัวอย่าง | เหตุผลหลัก |
| ต่ำ | ข้าราชการ, พนักงานรัฐวิสาหกิจ, พนักงานออฟฟิศ, แพทย์/พยาบาล, อาจารย์/ครู | เวลาทำงานแน่นอน จอดรถเป็นหลักแหล่ง ใช้รถเฉพาะไป-กลับ |
| ปานกลาง | เจ้าของธุรกิจส่วนตัว, ฟรีแลนซ์/นักสร้างสรรค์คอนเทนต์, พนักงานขาย (Inside Sales) | เดินทางบ้าง แต่บริหารเวลาได้เอง ไม่ได้อยู่บนถนนตลอดเวลา |
| สูง | พนักงานขายภาคสนาม/Messenger, ไรเดอร์/ผู้ขับขี่รถรับจ้าง/ขนส่งโลจิสติกส์, นักแสดง/บุคคลในวงการบันเทิง, วิศวกรคุมไซต์งานต่างจังหวัด | อยู่บนถนนนานต่อวัน ขับกลางคืน หรือทำระยะทางสะสมต่อปีสูง |
1. กลุ่มอาชีพความเสี่ยงต่ำ (Low Risk) เบี้ยประกันมีแนวโน้มถูกกว่า
- ข้าราชการ / พนักงานรัฐวิสาหกิจ : มีชั่วโมงทำงานที่แน่นอน พฤติกรรมการขับขี่มักมีความระมัดระวังสูง
- พนักงานออฟฟิศ / บริษัทเอกชน : ส่วนใหญ่ขับรถแค่ไปและกลับจากที่ทำงาน รถจอดนิ่งอยู่ในอาคารจอดรถเกือบทั้งวัน
- แพทย์ / พยาบาล / บุคลากรทางการแพทย์ : แม้จะมีเวลาทำงานที่ไม่แน่นอนหรือต้องเข้าเวร แต่ตามสถิติมักมีพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัย (บางบริษัทอาจพิจารณาเรื่องความอ่อนล้าจากการเข้าเวรดึกเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละแห่ง)
- อาจารย์ / ครู : มีรูปแบบการใช้ชีวิตที่เป็นระบบและมีความเสี่ยงต่ำ
2. กลุ่มอาชีพความเสี่ยงปานกลาง (Medium Risk) เบี้ยประกันมาตรฐาน
- เจ้าของธุรกิจส่วนตัว / ผู้ประกอบการ : มีการเดินทางไปประชุมหรือตรวจงานบ้าง แต่บริหารจัดการเวลาเองได้
- ฟรีแลนซ์ / นักสร้างสรรค์คอนเทนต์ : การใช้รถไม่เป็นเวลา บางวันอาจจอดอยู่บ้าน บางวันอาจต้องออกไปทำงานนอกสถานที่
- พนักงานขาย (Inside Sales) : เน้นการทำงานประจำสำนักงาน แต่อาจมีออกไปพบลูกค้าเป็นครั้งคราว
3. กลุ่มอาชีพความเสี่ยงสูง (High Risk) เบี้ยประกันอาจแพงขึ้น
- พนักงานขายภาคสนาม (Field Sales / Messenger) : ต้องขับรถตระเวนพบลูกค้าตลอดทั้งวัน ทำระยะทางต่อปีสูงมาก
- ผู้ขับขี่รถรับจ้าง / ไรเดอร์ / ขนส่งโลจิสติกส์: ใช้รถเพื่อการพาณิชย์ มีความเสี่ยงบนท้องถนนสูง (ต้องทำประกันประเภทระบุการใช้เพื่อการพาณิชย์โดยเฉพาะ มิเช่นนั้นเสี่ยงถูกปฏิเสธการเคลม)
- นักแสดง / บุคคลในวงการบันเทิง : มักเดินทางเวลากลางคืน ทำงานไม่เป็นเวลา และอาจมีความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก
- อาชีพที่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดบ่อยๆ : เช่น วิศวกรคุมไซต์งาน หรือผู้ตรวจสอบบัญชีที่ต้องวิ่งรอกหลายสาขา
3 ปัจจัยหลักที่บริษัทประกันใช้ประเมินจากอาชีพของคุณ
- ช่วงเวลาในการขับขี่ (Time of Use) : อาชีพที่ต้องขับรถตอนกลางคืน ดึกดื่น หรือเช้ามืด (เช่น คนทำงานกลางคืน นักดนตรี) มีความเสี่ยงสูงกว่าคนที่ขับรถเฉพาะเวลากลางวัน เนื่องจากทัศนวิสัยและความเหนื่อยล้า
- ชั่วโมงและระยะเวลาที่อยู่บนถนน (Exposure) : ยิ่งอยู่บนถนนนานเท่าไหร่ โอกาสเจออุบัติเหตุก็ยิ่งมากตามหลักสถิติ อาชีพเซลส์ที่ต้องขับรถวันละ 100 กิโลเมตร ย่อมเสี่ยงกว่าพนักงานออฟฟิศที่ขับวันละ 10 กิโลเมตร
- สถานที่จอดรถ (Parking Location) : อาชีพที่ต้องจอดรถในที่สาธารณะ ริมถนน หรือเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อย ๆ มีความเสี่ยงต่อการถูกเฉี่ยวชน สูญหาย หรือโดนโจรกรรม มากกว่าอาชีพที่มีที่จอดรถส่วนตัวที่มีระบบรักษาความปลอดภัย
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาชีพและเบี้ยประกันรถยนต์
Q : เจตนาแจ้งอาชีพไม่ตรงความจริงตอนทำประกันเพื่อเอาส่วนลด จะมีผลอะไรไหม?
A: ห้ามทำเด็ดขาด! การเจตนาให้ข้อมูลเท็จหรือปกปิดข้อความจริงในสาระสำคัญ (Misrepresentation) อาจทำให้สัญญาประกันภัยตกเป็นโมฆียะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากเกิดอุบัติเหตุรุนแรง บริษัทประกันมีสิทธิ์ปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้ ซึ่งไม่คุ้มกับส่วนลดเพียงเล็กน้อย
Q: ถ้าย้ายสายงาน หรือเปลี่ยนอาชีพใหม่ระหว่างปี ต้องแจ้งบริษัทประกันไหม?
A: แนะนำให้แจ้ง โดยเฉพาะหากเปลี่ยนจากอาชีพความเสี่ยงสูงมาเป็นอาชีพความเสี่ยงต่ำ เพราะอาจได้รับส่วนลดเบี้ยประกันคืน หรืออย่างน้อยก็เป็นการอัปเดตข้อมูลให้ถูกต้องเพื่อความสบายใจในการเคลม
Q: อาชีพฟรีแลนซ์ (Freelance) ควรระบุอาชีพอย่างไรให้ได้เบี้ยประกันที่เหมาะสม?
A: ควรระบุลักษณะงานที่ทำจริงให้ชัดเจน เช่น นักเขียนโปรแกรมอิสระ หรือ กราฟิกดีไซเนอร์ ซึ่งส่วนใหญ่ทำงานอยู่กับบ้านหรือ Co-working Space บริษัทประกันมักประเมินความเสี่ยงใกล้เคียงกับพนักงานออฟฟิศ
Q: ไรเดอร์ส่งอาหาร (Grab, LINE MAN, foodpanda) ทำประกันรถยนต์แบบไหนถึงจะถูกต้อง?
A: หากใช้รถยนต์ส่วนตัวรับงานส่งของ/ส่งอาหารเป็นรายได้เสริมหรือประจำ ควรแจ้งบริษัทประกันตามความจริงว่าใช้เพื่อการพาณิชย์ และพิจารณาซื้อกรมธรรม์ประเภทที่ระบุการใช้งานเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะ เพราะหากใช้กรมธรรม์แบบส่วนบุคคลทั่วไปแล้วเกิดอุบัติเหตุขณะปฏิบัติงาน บริษัทประกันอาจปฏิเสธความคุ้มครองเนื่องจากใช้รถผิดวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้
Q: วิศวกรคุมไซต์งานที่ต้องเดินทางต่างจังหวัดบ่อย ควรทำประกันเพิ่มอะไรเป็นพิเศษ?
A: นอกจากประกันภาคสมัครใจชั้น 1 แล้ว ควรพิจารณาความคุ้มครองเพิ่มเติมด้านการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน (Roadside Assistance) และตรวจสอบว่าพื้นที่คุ้มครองครอบคลุมทุกจังหวัดที่ต้องเดินทางไปทำงานหรือไม่ เนื่องจากบางกรมธรรม์อาจมีเงื่อนไขพื้นที่คุ้มครองเฉพาะบางเขต
แล้วคุณล่ะครับ ทำอาชีพอะไรกันอยู่? เคยลองเช็กไหมว่าเบี้ยประกันรถยนต์ของคุณราคาเท่าไหร่ และคิดว่าสมเหตุสมผลกับอาชีพที่ทำหรือไม่?
ประกันรถยนต์จากทิพยประกันภัย พร้อมดูแลคุณด้วยแผนประกันที่ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้รถ พร้อมบริการเคลมที่รวดเร็ว และสิทธิประโยชน์ที่คนมีรถควรมี เพื่อให้คุณได้รับความคุ้มครองที่เหนือกว่าในราคาที่สบายกระเป๋ามากที่สุด สอบถามรายละเอียดได้ที่ TIPINSURE.COM หรือโทร. 1736
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
*ผู้ซื้อควรศึกษารายละเอียดเงื่อนไขและความคุ้มครองก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง