เริ่มแล้ว! วิธียื่นภาษีออนไลน์ปี 2568 มือใหม่ทำตามได้ใน 5 นาที

จำนวนผู้เข้าชม : 87
Tag:

เริ่มแล้ว! วิธียื่นภาษีออนไลน์ปี 2568 มือใหม่ทำตามได้ใน 5 นาที

เริ่มแล้ว! วิธียื่นภาษีออนไลน์ปี 2568 มือใหม่ทำตามได้ใน 5 นาที

วนกลับมาอีกแล้วกับเทศกาลที่หลายคนแอบปวดหัว แต่ก็เลี่ยงไม่ได้! คือ การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปี 2568 นั่นเอง เชื่อว่ามือใหม่หลายคนที่เพิ่งเริ่มทำงานหรือเพิ่งเคยมีรายได้ถึงเกณฑ์ครั้งแรก คงกำลังหาวิธีการยื่นภาษีกันอยู่ว่า มันต้องเริ่มกดตรงไหน? เอกสารต้องใช้อะไรบ้าง? หรือ ลดหย่อนอะไรได้บ้าง?

เลิกกังวลได้เลย เพราะสมัยนี้การยื่นภาษีผ่านระบบ E-Filing ของกรมสรรพากรเขาพัฒนาไปไกลมาก ไม่ต้องเดินทางไปเขต ไม่ต้องรอคิวนานๆ แค่มีสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวกับเวลาว่างแค่ 5 นาที คุณก็สามารถจัดการหน้าที่พลเมืองดีได้แบบชิลๆ แถมอาจจะได้เงินคืนภาษีมาสมทบทุนไว้เที่ยวหรือช้อปปิ้งต่อได้อีกด้วย

มาเตรียมตัวยังไงให้ผ่านฉลุยแบบไม่มีสะดุดกัน

 

ยื่นภาษีปี 2568 (ยื่นจริงปี 2569) มีอะไรใหม่บ้าง?

การยื่นภาษีในปีนี้ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด เพราะกรมสรรพากรยกระดับระบบดิจิทัลมาช่วยเราแบบเต็มตัว เพื่อให้การยื่นภาษีออนไลน์เป็นเรื่องง่ายขึ้น มาดูกันว่า 4 ไฮไลต์ที่คุณห้ามพลาดมีอะไรบ้าง

1. ไม่ต้องกรอกเอง! ระบบดึงข้อมูลอัตโนมัติผ่าน My Tax Account

ลืมภาพการนั่งรื้อกองเอกสารเพื่อหาตัวเลขรายได้ไปได้เลย เพราะระบบ My Tax Account จะทำการเชื่อมโยงข้อมูลรายได้และสิทธิลดหย่อนต่างๆ มาให้เราเกือบครบถ้วน เช่น 

  • รายได้จากงานประจำและฟรีแลนซ์ : ข้อมูลที่บริษัทนำส่งผ่านระบบ e-Withholding Tax จะถูกดึงมาแสดงทันที
  • ค่าลดหย่อนพื้นฐาน : ไม่ว่าจะเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร บิดา หรือมารดา ระบบจะตรวจสอบจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรให้อัตโนมัติ
  • เบี้ยประกัน : ข้อมูลเบี้ยประกันชีวิตและประกันสุขภาพจากบริษัทประกันจะถูกส่งตรงมาที่นี่

ข้อควรระวัง : หน้าที่ของคุณคือ ตรวจสอบความถูกต้อง หากข้อมูลไหนยังไม่ขึ้นหรือหายไป คุณสามารถเพิ่มเข้าไปเองได้ด้วยตัวเอง

2. สิทธิลดหย่อน Easy E-Receipt (สูงสุด 50,000 บาท)

สำหรับใครที่เป็นสายช้อปปิ้งช่วงต้นปี 2568 (16 ม.ค. - 28 ก.พ. 68) นี่คือตัวช่วยลดหย่อนภาษีชั้นดี แต่มีเงื่อนไขสำคัญที่ต้องย้ำคือ

  • ต้องเป็น e-Tax Invoice หรือ e-Receipt เท่านั้น : ปีนี้สรรพากรไม่รับใบกำกับภาษีแบบกระดาษแล้ว
  • ลดหย่อนตามจริง : สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท ใครที่สะสมใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ไว้ในอีเมล ถึงเวลาขุดออกมาเช็กตัวเลขให้แม่น เพื่อรับเงินคืนภาษี

3. Thai ESG สิทธิใหม่ ถือครองสั้นลงเหลือแค่ 5 ปี

กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน หรือ Thai ESG กลายเป็นพระเอกของปีนี้ เพราะรัฐบาลมีการปรับเงื่อนไขให้จูงใจนักลงทุนมากขึ้น

  • ระยะเวลาถือครอง : จากเดิมที่ต้องถือนานถึง 8 ปี ตอนนี้ลดเหลือเพียง 5 ปี (แบบวันชนวัน) เท่านั้น
  • วงเงินลดหย่อน : สามารถนำมาลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท (และวงเงินนี้ไม่ไปนับรวมกับกลุ่มกองทุนเกษียณอื่นๆ อย่าง RMF หรือ SSF ด้วยนะ) ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะมากสำหรับคนที่อยากลดหย่อนภาษีแต่ไม่อยากจมเงินไว้นานจนเกินไป

4. เงินดิจิทัล 10,000 บาท ต้องเสียภาษีไหม?

ประเด็นที่หลายคนสงสัยมากที่สุดคือ เงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่ได้รับจากสวัสดิการรัฐ ต้องเอามาบวกเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีตอนสิ้นปีด้วยหรือไม่?

  • คำตอบคือ : ได้รับยกเว้นภาษี คุณไม่ต้องนำเงินจำนวนนี้ไปกรอกในช่องรายได้ หรือนำมาคำนวณภาษีแต่อย่างใด สรรพากรถือว่าเป็นเงินช่วยเหลือจากภาครัฐที่ได้รับสิทธิยกเว้นตามกฎหมาย

 

5 ขั้นตอนยื่นภาษีออนไลน์ปี 2568 มือใหม่กดตามนี้ จบภายใน 5 นาที

เมื่อเตรียมข้อมูลลดหย่อนพร้อมแล้ว ก็ถึงเวลาเปิดหน้าจอแล้วเข้าเว็บไซต์ของกรมสรรพากรกัน

ขั้นตอนที่ 1 : เข้าสู่ระบบ e-Filing

ไปที่เว็บไซต์ rd.go.th แล้วเลือกเมนู ยื่นแบบออนไลน์ (e-Filing) จากนั้นเข้าสู่ระบบด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก

  • Tip สำหรับมือใหม่ : ใครยังไม่มีบัญชีต้องกดสมัครสมาชิกก่อน ส่วนใครที่ลืมรหัสผ่าน ไม่ต้องตกใจ! ระบบมีฟีเจอร์ลืมรหัสผ่านที่ยืนยันตัวตนผ่านเบอร์โทรศัพท์ได้ง่ายมาก

ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบข้อมูลสมาชิกและ My Tax Account

เมื่อ Login เข้ามาแล้ว ระบบจะแสดงข้อมูลส่วนตัวของคุณ ให้ตรวจเช็กว่าชื่อ-นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ปัจจุบันถูกต้องไหม จากนั้นให้กดเข้าไปที่เมนู ตรวจสอบข้อมูลภาษี (My Tax Account) เพื่อดูว่าสรรพากรดึงข้อมูลรายได้และค่าลดหย่อนอะไรมาให้เราแล้วบ้าง ถ้าข้อมูลครบถ้วนแล้ว ก็กด ยื่นแบบ ต่อได้เลย

ขั้นตอนที่ 3 : เลือกประเภทเงินได้ (สำคัญมาก!)

สำหรับพนักงานประจำที่มีเงินเดือนอย่างเดียว ให้เลือกยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90/91 * ระบบจะถามว่าคุณมีรายได้ทางไหนบ้าง? ถ้าเป็นมนุษย์เงินเดือนให้เลือก มาตรา 40(1) * หากใครมีรายได้เสริมจากการรับจ้างทั่วไป หรือขายของออนไลน์ อย่าลืมเลือก มาตรา 40(2)-(8) ตามประเภทงานของคุณ

ขั้นตอนที่ 4 : ตรวจสอบรายได้และค่าลดหย่อน (Easy E-Receipt & Thai ESG)

ในหน้านี้ ระบบจะแสดงตัวเลขรายได้ที่ดึงมาให้โดยอัตโนมัติ ให้คุณลองนำ ใบ 50 ทวิ (ใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย) ที่ได้จากบริษัทมาเทียบดูว่าตัวเลขตรงกันไหม

  • อย่าลืม! กรอกยอดซื้อจาก Easy E-Receipt (สูงสุด 50,000 บาท) และยอดลงทุนใน Thai ESG (ที่ถือแค่ 5 ปี) ในช่องลดหย่อนให้ครบถ้วน เพื่อให้ยอดภาษีที่คุณต้องจ่ายลดลง หรือได้รับเงินคืนมากขึ้น

ขั้นตอนที่ 5 : ตรวจสอบยอดเงินและยืนยันการยื่นแบบ

หน้าสุดท้าย ระบบจะคำนวณให้เสร็จสรรพว่าคุณ ต้องจ่ายเพิ่ม หรือ ได้รับเงินคืน เท่าไหร่

  • ถ้าได้เงินคืน : แนะนำให้สมัคร PromptPay ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนไว้ สรรพากรจะโอนเงินคืนให้ไวมาก
  • ถ้าต้องจ่ายเพิ่ม : สามารถชำระผ่าน QR Code หรือบัตรเครดิตได้ทันที หรือสามารถผ่อนภาษีได้ 3 งวด แบบไม่มีดอกเบี้ย เมื่อมียอดภาษีตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป 

การยื่นภาษีปีนี้ หัวใจสำคัญคือการใช้ประโยชน์จากระบบ My Tax Account และการตรวจสอบสิทธิ Easy E-Receipt ให้แม่นยำ ยิ่งยื่นไว ยิ่งได้เงินคืนไว และที่สำคัญไม่ต้องเสี่ยงโดนค่าปรับย้อนหลัง

 

กำหนดการยื่นภาษีปี 2568 (ยื่นจริงปี 2569)

เพื่อให้คุณวางแผนเตรียมเอกสารได้ทันเวลา และไม่เสียค่าปรับโดยไม่จำเป็น

  • วันแรกที่เริ่มยื่นแบบได้ 1 มกราคม 2569
  • วันสุดท้ายของการยื่นแบบกระดาษ 31 มีนาคม 2569 
  • วันสุดท้ายของการยื่นแบบออนไลน์ (e-Filing) 8 เมษายน 2569

 

การยื่นภาษีออนไลน์ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด ยิ่งคุณเตรียมตัวดี มีตัวช่วยลดหย่อนภาษีที่ถูกต้อง นอกจากจะช่วยให้คุณทำหน้าที่พลเมืองได้ครบถ้วนแล้ว ยังช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋าจากภาษีที่จะได้คืนมาอีกด้วย

สำหรับใครที่อยากวางแผนภาษีสำหรับปีหน้าให้คุ้มค่ากว่าเดิม TIPINSURE ขอแนะนำทางเลือกที่มั่นคงและตอบโจทย์คนรุ่นใหม่จากทิพยประกันภัย มีแผนที่ครอบคลุมและใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดตามเกณฑ์สรรพากร อย่างประกันสุขภาพ (TIP ชิลชิล) อุ่นใจเรื่องค่ารักษาพยาบาลทั้ง IPD และ OPD พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาท

หรือหากคุณอยากได้คำแนะนำ สามารถปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมรับกรมธรรม์ผ่านอีเมลไปใช้ยื่นภาษีได้ทันที รายละเอียดได้ที่ TIPINSURE.COM หรือโทร. 1736  

เริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้ เพื่อความคุ้มค่าที่สุดในวันยื่นภาษีปีหน้า